ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน ของสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย

2 11 2009

นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ

แพร่วิทยา 60.- เจอในห้องสมุดกลางน้ำ

ฤาษีที่ให้กำเนิดว่าน กะวัต กะวัตพัน สัพรัตถนาถ จังตังกะปิละ

ประเภทต้องทำพิธีก่อนขุด
1.ว่านกบ
ให้เขียนยันต์นี้เสกใส่ฝ่ามือก่อนขุด
862
159
743

ว่านนี้ไม่ชอบของสกปรก

2.ว่านหญ้า ณ รังษี
วงศ์ Amaryllidaceae

ว่านนี้จะขึ้นในแรม 1 ค่ำเดือน 8 จะมีเทวดามาบำเรอฆ้องกลองสังข์ พอแรม 1 ค่ำเดือน 11 เทวดาจะจากไป จะเอาว่านนี้ต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 5/8 แต่งเครื่องกระยาบวช ข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียน เอานพรัตน์หว่านรอบต้น บูชาเทวดา 4 ทิศ สวดคาถาตั้งแต่ ทุขปัตตา ถึง ลภนัตเทวตา ทำในวันอาทิตย์ แรม 1 ค่ำเดือน 8 จึงค่อยขุด

3.ว่านพระจันทร์
หายาก ป้องกันภัย จะไปเอาต้องถือศีล5/8 บูชาเทวดาด้วยเครื่องกระยาบวช แก้วสีเรียงรายรอบต้น เสกด้วย อุมะนะ จันทระ โคระตะ ธาตุ รุคะกะ กะตะ ตัสสะ พะวะไกยะ ประสิทธิเม

4.ว่านพระนารายณ์
ควรปลูกคู่กับว่านมเหศวร

ขุดว่านต้องถือศีล 5/8 บูชาเทวดาเอาพลอยโรยรอบต้น เสกด้วย กุมานะ จันทระ โคระตะธาตุ รุคากะ กะตะ ตัสสะ พะวะไกยะ ประสิทธิเม

5.ว่านพระยาหัวศึก
คงกะพัน ต้องขุดวันอังคาร พลีด้วยหมาก 1 คำ ข้าวคลุกน้ำตาลหม้อใส่กระทงวาง 4 ทิศ แล้วค่อยขุด

6.ว่านเพชรม้า
เอาหัวมาฝนกับเหล้า/น้ำ ทาหัวเข่าลงมาถึงขา เดินวิ่งไม่เหนื่อย

เอาหัวมาตำเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นก้อนเท่าเม็ดถั่วพู กินวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าเย็น เป็นยาอายุวัฒนะ ให้เขียนยันต์ใส่มือก่อนขุด

9 465 178
2
3

————————————-

ประเภทมีกำลังมาก





สาระ PO.300 รศ.ดร.ไชยรัตน์/2552

2 11 2009

ปรากฎการณ์วิทยา คือ การทำตัวเป็นคนแบบนั้นเพื่อเข้าไปสัมผัสเอง ต้องไปไกลกว่าเนื้อหา

วาทกรรม คือ สิ่งที่เราถูกสังคมบังคับให้มีค่านิยมแบบนั้น

ศาสตร์การตีความ คือ เรามองโลกผ่านตัวเราเสมอ ตีความด้วยพื้นฐานของตัวเราเอง

เทคนิคมานุษยวิธี
1.ศึกษาสิ่งผิดปกติในชีวิตประจำวันเพื่อดูว่าความปกตินั้นเป็นยังไง
2.ชอบศึกษาเรื่องสุดขั้ว เช่น กะเทย การตรวจช่องคลอดผู้หญิง
3.รายละเอียดยิบย่อยมีความสำคัญมาก
4.ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมมาก
5.สร้างความชะงักงันให้กับความเคยชิน ต้องทำตัวแปลกอกไป เช่น ทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับพ่อแม่ในบ้าน





ครบรอบ 60 ปี

2 11 2009

คณะรัฐศษสตร์ครบ 60 ปี เมื่อ 12 มิ.ย.2552 จากปี 1949





สาระจาก อี้จิง เล่มแดง

2 11 2009

บุตรแก้ไขปัญหามารดาสร้าง ไม่ควรเข้มงวดเกินไป น.199

ไม่รับใช้เจ้าเมือง แต่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม น.201

เปิดประตูให้เข้าหา คือท่าทีของผู้มีปัญญา น.206

หญิงสูงศักดิ์ช่วยเหลือ สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย น.225

เหยี่ยวบนกำแพงคือสัญลักษณ์ของผู้ไร้ความสามารถที่อยู่ในตำแหน่งสูง น.304





ได้ลองเล่น FM 2009 แล้ว

2 11 2009

1.ยังคงมีระบบให้รุ่นพี่โค้ชสอนตัวต่อตัวให้รุ่นเด็กได้
2.เริ่มมาเล่นทีมรีล มาดริดให้เงิน 91.2 ล้าน
3.ภาพกราฟิกเวลาแข่งโคตรสวยและน่ามองมากๆ ยังกับดูนักเตะในเกมวินนิ่งเด๊ะ
4.มาถึง Michel Salgado ก็โดนตั้งขาย เพราะพลังโคตรห่วย
5.ตัวหลักที่ยังดีอยู่ คือ เมดเซลเดอร์ คันนาวาโร่
6.Bojan ทำไมพลังห่วยแบบนั้น จำได้ว่าใน CM 2008 พลังของเจ้านี่โคตรดีนี่นา ทำไมเกมนี้มันประเมินต่ำเช่นนี้
7.ทำไม Toni Kroos สุดยอดจอมทัพตัวส่งบอลของเราใน CM 2008 ถึงได้กลายเป็นเด็กแบบนี้ไปได้ และถึงแม้จะเป็นแบบนี้เราก็ตั้งใจจะซื้อเพื่อใช้งานมันในอนาคตอยู่ดี
8.ตอนเริ่มสร้างเกม ต้องติ๊กไม่เอาระบบ Fox Attribute เพราะน่ารำคาญที่เราไม่เห็นพลังทั้งหมดของนักเตะหลายคนที่ยังเด็กอยู่
9.มีการสัมภาษณ์กับนักข่าวด้วย





คำถามของวิชา ES.336

2 11 2009

ให้เลือกแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้านวัฒนธรรมที่ท่านไปเยือนมาแล้ว และวิเคราะห์ว่ามีการจัดการที่ดียังไงและอะไรที่ควรปรับปรุง





คะแนนแต่ละส่วนวิชา Po.300 อ.โสภารัตน์ 2552

2 11 2009

พรีเซ๊นท์หัวข้อ 10 คะแนน
พรีเซ๊นท์กลุ่ม 10 คะแนน
เข้าเรียน 10 คะแนน
งานในชั้นและคอมพิวเตอร์ 20 คะแนน
paper group 20
paper เดี่ยว 30 คะแนน





เปลี่ยนรูปแบบชั่วโมงของคณะรัฐศาสตร์

2 11 2009

ปี 2553 จะมี 2 แบบ คือ
1.สอนวิชาละ 1.30 ชม. 2 ครั้ง/สัปดาห์
2.สอนวิชาละ 3 ชม. 1 ครั้ง/สัปดาห์





รวมงานบางส่วน Remark ครั้งที่ 1 ฟ้า พูลวรลักษณ์

2 11 2009

เล่มละ 80.- เจอที่หน้าห้องน้ำหญิง ห้องสมุดกลางน้ำ 30 ต.ค.2552

ข้าเดินผ่านเทวรูปหินหน้าวิหาร
ข้ากล่าวกับมันว่าเจ้ายัง
ไม่ได้ทำความเคารพข้า

เมื่อข้ายังเด็ก
ข้ามักร้องเรียกอินทรชิต
ฆ่าพระพรหม

รูปปั้นม้าหิน
ตากแดดตากฝน
จนกร่อนกลายเป็นหมา

บันไดท่าน้ำ
มันคง
ไม่กลัวเปียก

เด็กทารกคนนั้นคลานข้ามจักรวาล
โดดเดี่ยวจึงแข็งแกร่ง
บริสุทธิ์จึงกล้าหาญ





หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ

2 11 2009

Far Eastern Economics Review

Forbes

The Economist

The Wallstreet Journal

International Herald Tribune

Sunday Times

New York Times

Daily Telegraph

Independent

Brandweek

Businessweek





หน่วยงานด้านการดีไซน์ในตปท.

2 11 2009

Society of new design

D&AD Global Award

Design Museum





ตัวอย่างสวัสดิการด้านคนท้องจากนอร์เวย์

2 11 2009

น.96

แม่ตั้งท้องลาคลอดได้ 1 ปีได้เงินเดือนเต็มตลอดเวลา + พ่อสามารถลางานมาช่วยเลี้ยงลูก 6 สัปดาห์ได้เงินเดือนเต็ม

17 พ.ค. วันชาติและวันเด็กของนอร์เวย์





ปีที่บิ๊กซีถือกำเนิด

2 11 2009

จาก ประชาชาติธุรกิจ 16-22 ต.ค.2552 ฉบับที่ 1522

2536 บิ๊กซี
2538 โฮมโปร
2541 โลตัส

น.30





ค่าเงินบาท

2 11 2009

ค่าเงินบาทแข็ง คือ 30 ลงมา ผู้นำเข้าจะชอบเพราะนำเข้าสินค้าได้ถูก

ค่าเงินบาทอ่อน คือ 40 ขึ้นไป ผู้ส่งออกจะชอบ





สาระจาก The Art of Leadership ผู้นำหลายมิติ

2 11 2009

โดย ม.ล.ชัยวัฒน์ ชยางกูร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2549

นิสัยของคนไทยซึ่งสอนมารยาทมากเกินไปจนไม่กล้าพูดในสิ่งที่เป็นจริง น.34

ถ้าเราปิดกั้นทางความคิดมากไป ก็จะทำให้เราขาดผู้นำในอนาคต น.35

ทำไมในโลกทางตะวันตกจึงมีซีอีโออายุเฉลี่ยประมาณ 35-40 ปี ก็เพราะต้องการคนที่นำคนไปสู่อนาคตที่ต้องอยู่ในตำแหน่งอย่างน้อย 7-10 ปี น. 36

ในการบริหารแบบเอเชีย คือ เรามีวัฒนธรรมที่ไม่กล้าพูดกันตรงๆเพราะกลัวสะเทือนใจ น.70

หลายคนที่อยากให้ผมช่วยทำ KPI คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะจับผิดคน น.77-78

การมีปากเสียงกันต้องถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการรวมคนเก่ง ซึ่งผู้นำต้องเอาชนะให้ได้ น.101

การทำงานกับบริษัทครอบครัวมักจะหาศักดิ์ศรีความเป็นนักบริหารไม่ได้ น.113





สกัดจาก สพภาพยุโรป:ความพยายามพัฒนาด้านความมั่คงหลังสงครามอิรัก

2 11 2009

อรไท โสภารัตน์

สงครามอิรักเริ่ม 20 มี.ค.2003

เยอรมนีต้านสงครามอิรักเพื่อต้องการจะลบล้างภาพการรุกรานประเทศอื่นสมัยฮิตเลอร์





ทีวีดิจิตอล

2 11 2009

อเมกาประกาศยกเลิกทีวีแบบอนาล็อคเมื่อ 12 มิ.ย.2552 และให้เปลี่ยนมาใช้ทีวีดิจิตอล





สารในขมิ้นฆ่าเซลล์มะเร็ง

2 11 2009

30 ตุลาคม 2552

Link : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNak13TVRBMU1nPT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09TMHhNQzB6TUE9PQ==

นักวิจัยในแดนผู้ดีเปิดผลการศึกษา พบว่า สารเคอร์คูมิน (Curcumin) ใน “ขมิ้นชัน” มีฟ หลอดอาหาร

ข้อมูลจากวารสารมะเร็งวิทยา ประเทศอังกฤษ รายงานว่า ศูนย์ วิจัยมะเร็งคอร์กทำการทดลองพบว่า สารดังกล่าวจากขมิ้นชันสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งหลอด อาหารในห้องทดลองได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะกระตุ้นให้เกิดสัญญาณว่าเซลล์ตายแล้วเพื่อให้เซลล์เริ่มย่อยตัวเอง

ด้านดร.เลสลีย์ วอล์กเกอร์ ผู้อำนวยการข้อมูลมะเร็งที่ศูนย์วิจัยมะเร็งอังกฤษ ให้ความเห็นว่า งานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยปูทางไปสู่การนำเคอร์คูมิน ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติในขมิ้นไปพัฒนาเพื่อใช้รักษามะเร็งหลอดอาหาร ต่อไป

ทั้งนี้ เชื่อว่าสารเคอร์คูมินมีคุณสมบัติรักษาโรคได้หลายชนิด เช่น มะเร็ง ข้ออักเสบ สมองเสื่อม ส่วนสถานการณ์มะเร็งหลอดอาหารในอังกฤษพบผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ช่วงหลังคริสต์ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา สาเหตุคาดว่าเกี่ยวข้องกับการที่ชาวอังกฤษเป็นโรคอ้วน กรดไหลย้อน และดื่มสุรามากขึ้น





พัฒนาไอศครีม”รักษามะเร็ง”

2 11 2009

30 ตุลาคม 2552

Link : http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01for02301052&sectionid=0104&day=2009-10-30

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมแจ้งว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ๊อคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ กำลังร่วมมือกับบริษัท ฟอนเทอร์รา ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากนมรายใหญ่ของประเทศ พัฒนาไอศครีมที่จะช่วยลดผลกระทบข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งได้ โดยไอศครีมดังกล่าวที่เรียกว่า รีชาร์จ ใช้สารออกฤทธิ์หลายชนิดจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย ภาวะโลหิตจางและความเบื่ออาหารในผู้ที่เข้ารับการรักษาแบบเคมีบำบัดได้

โดยในการทดลองนั้น ทีมนักวิจัยได้ให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานไอศครีมรสสตรอเบอรี่ขนาด 100 กรัม 1 ถ้วย ทุกวันซึ่งไอศครีมรีชาร์จได้แสดงสัญญาณที่ดีออกมาว่าจะนำมาใช้เป็นเวชภัณฑ์ข้างเคียงสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งได้

เจเรมี ฮิลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของฟอนเทอร์ราระบุว่า สารประกอบออกฤทธิ์ 2 ชนิดในนมที่นำมาใช้พัฒนาเป็นไอศครีมรีชาร์จมีศักยภาพที่เป็นเอกลักษณ์ในการช่วยให้ร่างกายรับมือกับผลข้างเคียงของเคมีบำบัดได้

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จากนมถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุดของนิวซีแลนด์ (รอยเตอร์)





ชอบหมูติดมันเสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี

29 10 2009

29 ตุลาคม 2552

Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20091029/83723/ชอบหมูติดมันเสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี.html

คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องนี้เลย ถ้าคุณไม่สวาปามพวกเนื้อติดมันเป็นนิจศีล ห่างไกลฟาสต์ฟู้ด ระดับไขมันปกติ และไม่เคยปวดตื้อใต้ลิ้นปี่

เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยกาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่น พร้อมแซนวิชชีสสักชิ้น บีบมายองเนสเพิ่มอีกหน่อย ก่อนออกไปทำงาน กว่าจะประชุมเสร็จก็เที่ยงกว่าแล้ว ต้องรีบกลับมาตรวจเอกสาร เวลาน้อยอย่างนี้คงหนีไม่พ้นอาหารจานด่วนที่กินประจำกับชีสเบอร์เกอร์อันโต พร้อมเฟรนช์ฟราย และโคล่า กลับไปทำงานด้วยความอิ่มท้อง และตั้งใจว่า มื้อเย็นจะกินอย่างหรู ด้วยอาหารอิตาเลี่ยน ชุ่มนมเนย

“อาหารที่อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะจากไขมันสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนย ชีส ต่าง ๆ นอกจากจะเป็นสาเหตุของภาวะโรคอ้วนแล้วอาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในทางเดินน้ำดีอีกด้วย” นพ.วิชัย อยู่ยงวัฒนา อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลปิยะเวทเฉลยต้นตอของโรคอันตราย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับระบบทางเดินน้ำดีกันก่อน ระบบที่ว่าประกอบด้วยตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ทำหน้าที่เก็บกักน้ำดีเพื่อปล่อยมาช่วยย่อยอาหารมันร่วมกับเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร

น้ำดีจะประกอบด้วยคอเลสเตอรอล, เกลือ, กรดน้ำดีและน้ำ ในปริมาณที่สมดุลกัน แต่หากส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลให้เกิด “นิ่ว”

“นิ่วในท่อน้ำดี เกิดจากส่วนประกอบของน้ำดีมีความเข้มข้นเกินไปจนตกตะกอนเป็นผลึก หรืออาจเกิดจากถุงน้ำดีที่ผิดปกติจากโรคบางชนิดเช่น เบาหวาน โรคระบบประสาทที่ต้องนอนอยู่กับที่นาน ๆ ทำให้การผสมส่วนประกอบต่างๆ ของน้ำดีผิดปกติ หรือโรคทางระบบทางเดินน้ำดีที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเร่งปฏิกิริยาการตกตะกอนให้เร็วขึ้น” อายุรแพทย์แจงเหตุปัจจัย

นิ่วในทางเดินน้ำดีมี 2 ประเภท ได้แก่ นิ่วคอเลสเตอรอลที่เกิดจากการบริโภคอาหารมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลจากไขมันสัตว์ รวมไปถึงยาคุม หรือยาบางประเภทที่เพิ่มระดับเอสโตรเจนในร่างกาย หรือภาวะการตั้งครรภ์ที่จะทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) เพิ่มสูง เพิ่มความเข้มข้นของคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสาเหตุทางกรรมพันธุ์ คนที่ได้รับอาหารทางเส้นเลือด

อีกหนึ่งประเภทคือ นิ่วผลึกเกลือ ที่เกิดจากโรคบางชนิดที่ทำให้มีเกลือเข้าไปในระบบทางเดินน้ำดีจำนวนมากเช่น โรคเลือดอย่างธาลัสซีเมีย ซึ่งผลึกเกลือจากบิลิรูมินในเม็ดเลือดแดงแตกตัวเข้าสู่ถุงน้ำดีมากผิดปกติ ก่อให้เกิดเป็นนิ่วผลึกเกลือ

“ก้อนนิ่วจะเข้าไปอุดตันท่อทางเดินน้ำดี หรือถุงน้ำดี ทำให้น้ำดีผิดปกติ ระบบทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมาหาด้วยอาการปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ โดยจะปวดตื้อๆ หลังมื้ออาหาร หรือหลังการรับประทานอาหารมัน โดยมากอาการปวดนาน 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมงแล้วจะหายไปเอง” นพ.วิชัยกล่าว

สำหรับผู้ป่วยที่ปวดด้วยลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานาน โดยไม่รักษา ก้อนนิ่วจะขยายขนาดและไปอุดตัน ทำให้มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ตัวเหลืองตาเหลืองเมื่อตรวจเลือดจะพบว่าปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงมากเพราะเกิดภาวะท่อน้ำดีอักเสบ จำเป็นต้องฉีดยาแก้อักเสบหรือเข้ารับการผ่าตัดต่อไป

หากเป็นนิ่ว ก้อนเล็กกว่า 0.5 เซนติเมตร นิ่วคอเลสเตอรอลจะรักษาด้วยการรับประทานยาละลายก้อนนิ่ว ช่วยต้านการตกผลึกของนิ่วได้ดีเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน แต่หากเป็นนิ่วอุดตันในท่อน้ำดี จะใช้วิธีส่องกล้องจากทางปากแล้วใช้เครื่องมือเข้าไปเกี่ยวก้อนนิ่วให้หลุดจากท่อน้ำดี ซึ่งร่างกายจะกำจัดไปพร้อมของเสียทางลำไส้ใหญ่

การผ่าตัดเป็นวิธีรักษามาตรฐานนิ่วก้อนใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง แต่มีแผลใหญ่ใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ และการผ่าตัดส่องกล้องที่มีแผลเล็ก พักฟื้นน้อยลง

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคใช้คลื่นเสียงสลายก้อนนิ่ว แต่สำหรับนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีพบว่า การใช้คลื่นเสียงให้ผลการรักษาที่ไม่ดีนัก จึงไม่เป็นที่นิยม

นพ.วิชัยบอกว่า กลุ่มเสี่ยงเป็นนิ่วในระบบทางเดินน้ำดี คือ ผู้หญิงวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เรียกว่ามากกว่าผู้ชายวัยเดียวกัน 2-3 เท่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะ และยิ่งแก่ตัวก็ยิ่งเพิ่มปริมาณฮอร์โมนขึ้น นอกจากนี้ คนที่อยู่ในภาวะอ้วนก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

“แม้อุบัติการณ์ในไทยจะมีไม่มากนัก จากตัวเลขสำรวจเมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่มีผู้ป่วยด้วยโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีเพียง 3-5% ของประชากรทั้งหมด และส่วนมากจะเป็นนิ่วผลึกเกลือ”

อย่างไรก็ดี อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลปิยะเวทคาดว่า รูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกิน อาหาร ทำให้คนนิยมอาหารจานด่วน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แนวโน้มของผู้ป่วยโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีจะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และความรุนแรงของโรคก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

แม้จะเป็นโรคที่ฟังดูไม่ร้ายแรง แต่หากมีนิ่วอุดตันและติดเชื้อทั้งในท่อน้ำดีและกระแสเลือด อาจรุนแรงถึงตายได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจะควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนมากเกินไป, ควบคุมอาหาร, หลีกเลี่ยงของมัน, เพิ่มอาหารที่มีกากใย, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, หลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมนเป็นระยะเวลานาน

ที่สำคัญ หากพบอาการเบื้องต้น คือ ปวดท้องตื้อบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ หลังมื้ออาหารหรือหลังการรับประทานอาหารมัน ควรรีบปรึกษาแพทย์





“เฮนน่า” ปลอดพิษ สมุนไพรย้อมผม

28 10 2009

28 ตุลาคม 2552

Link : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=457&contentId=28587

วานนี้ “ภาษาหมอ” เตือนภัยสารเคมีที่มากับยาย้อมผมไปแล้ว วันนี้ “สามัญประจำบ้าน” นำการย้อมผมจากธรรมชาติที่ปลอดภัยกว่า แม้ความงามหรือเฉดสีอาจไม่สวยถูกใจเทียบเท่ายาย้อมผมผสมเคมี

สมุนไพรย้อมผมที่ว่านั่นคือ “เฮนน่า” ภูมิปัญญาเพื่อความงามที่ถ่ายทอดผ่านรุ่นสู่รุ่นมาช้านาน สำหรับเฮนน่าเป็นพืชในตระกูลลีทราซี (Lytharaceae) ชื่อไทยจะเรียกได้หลายชื่อทั้งเทียนขาว เทียนต้น เทียนกิ่ง เทียนไม้ เทียนย้อม แหล่งเพาะปลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ประเทศอินเดีย เนื่องจากชาวภารตะยังนิยมนำเฮนน่าไปเพ้นท์เป็นลวดลายเพื่อความสวยงามบนผิวหนัง ส่วนที่นำมาใช้เป็นสีย้อมผม คือ ใบ กิ่ง และก้าน ให้คุณสมบัติเทียบเท่าสีย้อมแบบกึ่งถาวร ติดเส้นผมนาน 3 – 4 สัปดาห์ จากนั้นจะค่อย ๆ ลอกออกระหว่างสระผม

หากย้อมเฮนน่าลงบนเส้นผมสีดำจะเปลี่ยนเส้นผมเป็นสีน้ำตาลเข้มปนแดง แต่ถ้าย้อมลงบริเวณผมที่หงอกจะเห็นเป็นสีทอง ๆ

ส่วนวิธีการย้อมผมด้วยเฮนน่า ตามท้องตลาดจะมีจำหน่ายในรูปแบบผง โดยเริ่มจากการนำผงเฮนน่าปริมาณ 100 กรัม มะนาวครึ่งผล น้ำชาที่ผ่านการต้มจนเดือนแล้ว 1 แก้ว นำส่วนผสมทั้ง 3 อย่างเทลงในชามแก้วหรือชามเซรามิก แล้วคนให้เข้ากัน ทิ้งไว้นานราว 8 ชั่วโมง ทั้งนี้น้ำยาย้อมเฮนน่าที่ดีควรจะมีความเหนียวค้นคล้ายยาสีฟัน

หากต้องการเติมสีสันให้กับเฮนน่า เพื่อให้ได้สีที่แตกต่างออกไป สามารถเติมผงกาแฟ 1-2 ช้อนโต๊ะ จะให้สีโทนแดง ส่วนการเติมน้ำดอกอัญชัน (30-50 ดอก) ที่ผ่านการต้มรวมกับน้ำชาจนกลีบดอกแล้วคั้นเอากากออก ช่วยให้สีย้อมออกมาเป็นสีน้ำเงินเข้ม และถ้าผสมน้ำส้มไซเดอร์หรือน้ำส้มจากแอปเปิ้ล 3 ช้อนโต๊ะ จะช่วยเพิ่มประกายสีทอง หากเติมกานพลู 3 กรัม จะมีสีที่ใกล้เคียงกับสีดำ แต่ถ้าใส่เหล้าคอนยัคเพิ่ม 1 ช้อนโต๊ะ พร้อมน้ำมันมะกอกอีก 1 ช้อนโต๊ะ สีย้อมจะออกมาเป็นสีแดง และไม่ว่าคุณจะเลือกเพิ่มส่วนผสมใดก็ให้เติมในขั้นตอนการเตรียมสีย้อม

เมื่อครบกำหนดแล้ว ก่อนทำการย้อม ให้สระผมและเช็ดจนแห้งสนิท จากนั้นนำปิโตรเลียมเจลลี่หรือวาสลีน ทาให้ทั่วบริเวณท้ายทอยและหน้าผาก เพื่อป้องกันสีเฮนน่าเปื้อนติดผิวหนัง แต่ถ้าเลอะผิวให้รีบน้ำสำลีชุปน้ำเช็ดออกทันที

ควรแบ่งผมเป็นช่อ ๆ ก่อนทาสีเฮนน่า โดยให้ทาไล่ตั้งแต่โคนจรดปลาย เมื่อทาจนทั่วผมแล้วให้นำหมวกคุลมผมพลาสติกคลุมทับและใช้ผ้าขนหนูคลุมทับอีกชั้น ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน 5-8 ชั่วโมง จะได้สีน้ำตาล หากทิ้งไว้นานกว่านั้นสีก็จะยิ่งเข้มขึ้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้เพียง 2-3 ชั่วโมง จะมีลักษณะเป็นประกายสีทองคล้ายผมที่ทำไฮไลท์

หลังจากทิ้งผมที่ย้อมด้วยเฮนน่าไว้นานตามที่ต้องการแล้วให้สระด้วยน้ำสะอาดโดยไม่ต้องใช้แชมพู เช็ดผมให้แห้ง เป็นอันเสร็จวิธีการย้อมผมโดยสูตรน้ำยาย้อมจากธรรมชาติ.





ผลวิจัยชัดสิงห์อมควันแห่ดูดบุหรี่มวนเอง สยองไม่รู้พิษภัย “ยาเส้น”

28 10 2009

26 ตุลาคม 2552

Link : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000127187

ผลวิจัยล่าสุดยัน บุหรี่มวนเองกลับมาระบาด สิงห์อมควันแห่ดูด 27% ต่อเดือน เหตุราคาถูก รสชาติใกล้เคียงบุหรี่ซอง น่าตกใจนักสูบไม่รู้ถึงพิษภัยยาเส้น กระดาษเคลือบสีสุดอันตรายก่อมะเร็งช่องปาก ข่าวดี ก.วิทย์ ต่อยอด ผลิตลูกอมดอกหญ้าขาวเลิกบุหรี่ คาด 2 ปีได้ใช้ ขณะที่ ศจย.-สสส.ไวลุย 4 ภาคทั่วไทย เฟ้นหานักวิจัยหน้าใหม่ตอบโจทย์การควบคุมยาสูบ

รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หัวหน้าโครงการวิจัยเรื่องเส้นทางยาเส้น กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่ของพื้นที่ ภาคอีสาน และภาคเหนือ เช่น ร้อยเอ็ด เชียงราย เพชรบูรณ์ หนองคาย ของผู้สูบบุหรี่และผู้ค้าทั้งแบบซองและแบบมวนเอง โดยแยกเป็นเกษตรกรจำนวน 400 ราย กลุ่มโรงงานทั้งหมด 61 โรงงาน ร้านค้าในชุมชนจำนวน 200 ร้านค้า และผู้สูบบุหรี่มวนเองจำนวน 400 ราย โดยเริ่มทำการสำรวจตั้งแต่ เดือน พ.ย.2551 ถึงปัจจุบัน พบว่า หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการเพิ่มภาษีบุหรี่แบบซองเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ ทำให้บุหรี่แบบซองมีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้การสูบบุหรี่ลดลง แต่มีนักสูบบางส่วนที่เปลี่ยนพฤติกรรมหันมาสูบบุหรี่แบบมวนเองมากขึ้นเนื่องจากมีราคาถูก

รศ.ดร.บัวพันธ์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจพบว่า อัตราการสูบบุหรี่แบบมวนเองของนักสูบเพิ่มสูงขึ้น ต่อเดือนจะมีจำนวนผู้สูบบุหรี่แบบมวนเองสูงถึงร้อยละ 27.6 ขณะที่จำนวนผู้สูบบุหรี่แบบซองอยู่ที่ร้อยละ 9 หากเปรียบเทียบการสูบต่อวัน มีจำนวนผู้สูบบุหรี่แบบมวนเองร้อยละ 16.30 บุหรี่แบบซองร้อยละ 4.83 ซึ่งนักสูบต้องเสียค่าใช่จ่ายในการซื้อบุหรี่ต่อสัปดาห์เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แบ่งเป็นบุหรี่แบบมวนเอง ร้อยละ 16.89 ส่วนบุหรี่แบบซอง ร้อยละ 35 สะท้อนว่าบุหรี่แบบมวนเองเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมของนักสูบอีกครั้ง เพราะมีราคาถูกเมื่อเทียบกับบุหรี่แบบซอง อีกทั้งปัจจุบันผู้ผลิตมีการปรับปรุงรสชาติยาเส้นให้มีความใกล้เคียงกับบุหรี่แบบซองให้สามารถทดแทนกันได้ ส่งผลให้ร้านขายของชำในหมู่บ้านจำหน่ายบุหรี่แบบมวนเองแทบทุกร้าน

ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า บุหรี่มวนเองเป็นเพียง 1 ในเป็นปัญหาของการบริโภคยาสูบที่ยังขยายตัว งานวิจัยชี้ชัดว่านักสูบส่วนใหญ่เข้าใจผิด ว่าบุหรี่มวนเองมีพิษภัยน้อยกว่าบุหรี่ซอง ทั้งที่ความจริง ทำให้เกิดมะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ได้เช่นกัน ส่วนกระดาษที่ใช้มวนหากเป็นกระดาษที่มีสีสัน อาจมีสารเคมีเคลือบปน เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปาก ซึ่งการสนับสนุนให้มีนักวิจัยมาศึกษาปัญหาบุหรี่ จะทำให้ได้ข้อเท็จจริง รู้เท่าทันสภาพปัญหา ศจย. จึงร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีเครือข่ายนักวิจัยด้านบุหรี่ 4 ภาคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมทั้งเก็บข้อมูลในพื้นที่ของตัวเอง นำมาศึกษาเป็นงานวิจัยร่วมกับนักวิชาการด้านสุขภาพ

ดร.ศิริวรรณ กล่าวอีกว่า นักวิจัยไม่ได้หมายถึงผู้ที่เป็นหมอ หรือบุคลากรสาธาณสุขเท่านั้น แต่อยากให้ทุกคนในพื้นที่ร่วมศึกษาปัญหาด้านบุหรี่ด้วยกัน โดยจะมีนักวิชาการรวมอยู่ในทีมคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาอภิปรายโจทย์พัฒนาไปเป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพร่วมกัน โดยจะให้อิสระเปิดกว้างสามารถนำเสนอหัวข้อการวิจัยโดยไม่มีขีดกจัด เชื่อว่าจะมีนักวิจัยท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น โดยจะนำร่องในภาคอีสานที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จ.ขอนแก่น วันที่ 27-29 ต.ค. นี้ นอกจากนี้ มีตัวอย่างงานวิจัยที่น่าสนใจ อาทิ การสำรวจการใช้บารากู่ของกลุ่มวัยรุ่น การนำระบบจีไอเอสมาประยุคใช้เพื่อตรวจสอบหาแหล่งจำหน่วยการขายบุหรี่เถื่อน อีกทั้งยังมีงานวิจัยอีกหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจคือ ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่าสมุนไพรหญ้าดอกขาว ช่วยลดความอยากสูบบุหรี่ได้ สอดคล้องกับผลวิจัยสถาบันธัญลักษณ์ ศจย.จึงร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ นำผลการศึกษาไปต่อยอด นำสมุนไพรหญ้าดอกขาวไปสกัดเป็นสารเลิกบุหรี่ในรูปแบบของลูกอม คาดว่าจะผลิตออกมาให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ได้ใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า





ย้อมสีผมเติมเคมีปลุก “มะเร็ง”

28 10 2009

27 ตุลาคม 2552

Link : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=457&contentId=28371

เมื่อไม่มีทางแก้ไขปัญหาผมหงอกอย่างถาวร ทั้งผู้ที่ผมหงอกตามวัย หรือผู้ที่ประสบปัญหาผมขาวก่อนวัย ก็มักจะเลือกใช้วิธีการย้อมผมเพื่อปิดผมสีขาวที่ไม่พึงปรารถนา ให้กลับมาแลดูสวยหล่อดังเดิม โดยมองข้ามอันตรายจากการใช้ยาย้อมผมที่ยิ่งใช้บ่อยหรือใช้ในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมา

ก่อนอื่นควรรู้จักลักษณะของเส้นผมก่อนที่จะใช้ยาย้อมผม…

สำหรับเส้นผมของคนเรานั้นเป็นที่อยู่ของโปรตีนชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ชื่อว่า เคราติน (Keratin) แยกออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นนอก (Cuticle) เป็นเซลล์ขนาดเล็ก โปร่งใส ซ้อนทับเหลื่อมล้ำกันคล้ายเกล็ดปลา มีทิศชี้ไปทางปลายเส้นผม ลึกลงไปเป็นชั้นกลาง (Cortex) จะมีเม็ดสีที่ทำให้ผมเกิดสี ทั้งยังเป็นชั้นที่ทำให้เส้นผมมีลักษณะยืดหยุ่น และชั้นนี้เองที่สารเคมีเข้าไปรบกวนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในยามที่เราทำสี ดัด หรือยืด ส่วนชั้นที่ลึกที่สุดคือ ชั้นใน (Medulla) เรียกว่าเป็นชั้นแกนของเส้นผม กินบริเวณตั้งแต่โคนจรดปลายผม แต่ผมเส้นเล็ก ๆ หรือขนอ่อนที่แก้มจะไม่มีชั้นนี้

ส่วนยาย้อมผมที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป มีอยู่ 3 ชนิด ประกอบด้วย แบบชั่วคราว ป้ายแล้วติดเพียงชั่วคราว แค่สระสีผมก็จะหลุดออก สีของยาย้อมผมชนิดนี้จะมีโมเลกุลใหญ่ เคลือบเส้นผมเพียงชั้นนอก พบในรูปแบบของ คัลเลอร์ รินส์ (Color Rinse) ที่ใช้ทาและหวีให้ทั่วหลังจากสระ ดินสอทาสีผม (Hair Crayons) และสีพ่นสำหรับผม (Color Sprays)

ต่อมาคือ ชนิดกึ่งถาวร ฉาบบนเส้นผม สีจะมีโมเลกุลเล็ก ทำให้สารเคมีแทรกเข้าไปตามรอยของเกร็ดผมสู่ชั้นกลางของเส้นผม อายุการใช้งานราว ๆ 1 เดือน เมื่อสระผมสีจะค่อย ๆ จางออก มักวางจำหน่ายในลักษณะแชมพูย้อมสีผม และโลชั่นหรือโฟมย้อมสีผม

ชนิดสุดท้าย เป็นแบบถาวร ติดทนนาน แม้สระผมบ่อยเพียงใดก็ไม่หลุดลอกออก หากจะเห็นสีผมในแบบปกติธรรมชาติจะต้องรอให้ผมงอกยาวออกมาใหม่ โดยยาย้อมชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสารเคมี พาราฟีนีรีน ไดอะมีน (Paraphenyline Diamine หรือ PPD) และ พาราโทลูอีน ไดอะมีน (Paratoluene Diamine หรือ PTD) ซึ่งเคยมีรายงานว่า ผู้ซื้อยาย้อมผมชนิดนี้มาย้อมด้วยตนเองเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ทำการทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้และปฏิบัติตามคำแนะนำทุกขั้นตอน โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มตั้งแต่การใส่น้ำยาย้อมสัมผัสกับหนังศีรษะ ผู้ใช้รายนั้นเริ่มคันหนังศีรษะ และไม่นานอาการคันก็ทวีความรุนแรงขึ้น และลุกลามไปยังใบหน้า ลำคอ เกิดอาการบวมและหายใจไม่ออก เมื่อไปรักษา แพทย์พบว่าผิวหนังที่ถูกยาย้อมผมมีลักษณะแดงไหม้

นอกจากอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้นั้น การใช้ยาย้อมผมต่อเนื่องกันนานๆ ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมยังอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เนื่องจากโครโมโซมในร่างกายเสียหายส่งผลให้เซลล์กลายพันธุ์จนเกิดเป็นเซลล์มะเร็งได้

พรุ่งนี้ “สามัญประจำบ้าน” มีหนึ่งทางเลือกกับการย้อมผมจากสมุนไพรธรรมชาติที่ปลอดภัยกว่าใช้สารเคมีมาบอก.





เป้าหมายมีไว้พุ่งชนของคนวิจัย

28 10 2009

27 ตุลาคม 2552

: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/science/20091027/83293/เป้าหมายมีไว้พุ่งชนของคนวิจัย.html

นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ ศัลยแพทย์ผ่าตัดสมองที่สร้างเครื่องมือแพทย์ และนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ จนได้รับรางวัล นักเทคโนโลยีดีเด่นปี 52

แต่กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง นี่คือเรื่องจริงผ่านจอของเขา

เพื่อนเดิน เราวิ่ง

“ตอนเรียนนี่เรียกได้ว่า ออกนอกลู่นอกทาง เพื่อนเขาเรียนกัน เรามาทำอะไรที่แตกแถว กว่าจะคิดได้ ก็มองเห็นเพื่อเดินนำหน้าไปไกล เห็นหลังเขาอยู่ไว ๆ เราก็คิดแล้วว่า จะทำอย่างไรต่อไปถึงจะตามเพื่อนให้ทัน และเห็นว่า เรามีจุดเด่นคือ เรื่องสมอง เราก็จะต้องใช้ให้เป็นประโยชน์” นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รำลึกความหลัง

เมื่อเพื่อนเดินหน้าไปเรื่อยทิ้งห่างไปทีละก้าว จะเดินให้ทันคงลำบาก เพราะฉะนั้นเหลืออยู่ทางเดียวคือ วิ่ง

“เพื่อนเดิน ผมจะวิ่ง วิ่งไม่มีหยุด แม้จะเหนื่อย ต้องอ่านหนังสือให้มาก ทำงานให้หนักขึ้น นอนน้อยลงหน่อยไม่เป็นไร ผมต้องตามเพื่อนให้ทัน”

เพราะวิ่งเต็มกำลังทำให้นักศึกษาแพทย์กลายมาเป็นศัลยแพทย์สมอง ก่อนที่จะเริ่มทำงานวิจัยและพัฒนาเครื่องมือแพทย์นานาชนิดเพื่อใช้งานผ่าตัด

10 กว่าปีที่ทำงานวิจัย เขาเริ่มต้นจากการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัด ด้วยงานหลักเป็นแพทย์ผ่าตัดสมองจึงอยากที่จะพัฒนาเครื่องมือให้เหมาะกับมือตัวเอง

“ผมตั้งเป้าทำเครื่องมือทางการแพทย์ราคาถูก เพราะเครื่องมือแพทย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาแพงมาก พอศึกษาดูเราก็รู้ว่าต้นทุนมันไม่ได้แพง ที่แพงเพราะค่าความคิด ถ้าเราสามารถทำได้เองในประเทศ ก็สามารถพัฒนาเครื่องมือราคาถูกได้ แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีคนไทยที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล”

ผลงานในยุคแรก นพ.สิทธิพร พัฒนาเครื่องมือแพทย์ด้วยวัสดุตั้งต้นและวิธีการผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยเน้นการเลียนแบบเครื่องมือทางการแพทย์ของต่างประเทศที่หมดสิทธิบัตรแล้ว เช่น

เครื่องเลาะแยกชิ้นเนื้อราคา 5,000 บาท ที่ทำขึ้นใช้ในราคาเพียง 200 บาท ท่อส่งน้ำล้างปากคีบห้ามเลือดไฟฟ้านำเข้า 3 แสนบาท แต่ทำเอง 3,000 บาท ขี้ผึ้งห้ามเลือดที่กระดูกนำเข้า 160 บาท ทำเองเหลือ 60 บาท

จากผลงานระดับพื้นฐาน เขาเริ่มขยับพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ที่ซับซ้อนขึ้น อย่างเครื่องตรึงรั้งเนื้อสมองที่ทำได้ถูกกว่า 10 เท่า ในราคา 5 หมื่นบาท จากเดิม 5 แสนบาท และเครื่องสัมผัสสามมิติสำหรับกำหนดพิกัดเนื้อสมอง ราคา 7 ล้านบาท แต่ นพ.สิทธิพรทำได้ในราคาเพียง 5 แสนบาท

“การเลียนแบบ ไม่ใช่เรื่องง่าย การนำมาใช้เป็นเครื่องมือแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยนั้น จำเป็นต้องทดสอบวิจัยให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย และอุปกรณ์ทุกชิ้นที่พัฒนาขึ้นก็ถือได้ว่า ได้มาตรฐาน ใกล้เคียงกับต้นแบบราคาแพง” ศัลยแพทย์สมองกล่าว

แรงบันดาลใจสำคัญไม่ใช่ชื่อเสียง หรือเงินทอง แต่เป็น “ผู้ป่วย” ยากไร้

นพ.สิทธิพรกล่าวว่า กว่า 70% ของผู้ป่วยในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นผู้ป่วยอนาถา ไม่มีเงินมากนัก การใช้เครื่องมือแพทย์ราคาถูกจะช่วยลดต้นทุนการรักษา ลดค่ารักษาที่ผู้ป่วยจะต้องจ่าย ขณะเดียวกัน แพทย์เองก็จะได้ทำงานวิจัย มีองค์ความรู้และผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

เลิกเลียนแบบ สร้างนวัตกรรมเอง

ทำงานวิจัย สร้างเครื่องมือแพทย์มาก็หลายชิ้น จึงต่อยอดขยายไปสู่เวทีประกวดด้วยความชอบแข่งขันของนักวิจัยเอง นพ.สิทธิพรเล่าว่า เวทีสิ่งประดิษฐ์แห่งชาติที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเหมือนเวทีในดวงใจที่หมายมั่นปั้นมือว่าต้องคว้ารางวัลให้ได้สักครั้ง และส่งเข้าประกวดทุกปี แต่ยังก็ไม่เคยได้สักรางวัล

“ตอนไปนำเสนอผลงาน กรรมการทุกคนสนใจ ทึ่ง และตื่นเต้นที่ได้เห็น แต่ก็ไม่เคยได้รางวัลแม้แต่ครั้งเดียว จนได้คุยกับกรรมการและรู้เหตุผลว่า สิ่งประดิษฐ์ที่เราทำ แม้จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็เป็นของเลียนแบบ ไม่ใช่นวัตกรรมหรือความแปลกใหม่ที่คณะกรรมการต้องการ” คุณหมอนักประดิษฐ์เล่า

จากความเห็นที่ได้รับ ทำให้เขาปรับทิศทางการพัฒนาวิจัยใหม่ มุ่งสร้างผลงานที่เป็นนวัตกรรมของตัวเอง นพ.สิทธิพรวางกรอบการทำงานวิจัยและพัฒนาเอาไว้ว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นต้องทำโดยคนไทย เป็นองค์ความรู้ไทย ใช้วัตถุดิบในประเทศ เทคโนโลยีต้นทุนต่ำแต่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญ ต้องเป็นนวัตกรรมที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ สิ่งแรกที่เลือกหยิบจับมาพัฒนาคือ วัสดุที่หาได้ง่ายที่สุดในประเทศ นั่นคือ ข้าวเจ้า

“ข้าวเป็นจิตวิญญาณของคนไทย ทั้งไทยยังส่งออกข้าวมากเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ส่งออกในรูปของข้าวสารที่ถือว่า มีราคาต่ำสุดของห่วงโซ่ข้าว เลยมาคิดว่า จะพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ที่มีข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก เพิ่มมูลค่าให้กับข้าว”

ในที่สุด ผลงานนวัตกรรมแรกที่เขาคิดค้นและส่งประกวดภายใต้ชื่อ “ข้าวเจ้ากรดห้ามเลือด” ทำจากแป้งข้าวเจ้าไทยบดเป็นผงมาเป็นวัตถุดิบสร้างไฮโดรเจลชนิดย่อยสลายได้ ใช้งานปลอดภัยในร่างกายมนุษย์ โดยจะมีฤทธิ์เป็นกรดเมื่อสัมผัสของเหลว สำหรับการห้ามเลือดในอวัยวะอ่อนนุ่มที่ตกเลือดระหว่างผ่าตัด

นพ.สิทธิพรอธิบายข้อดีของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติว่า ข้าวเหมาะกับการพัฒนาเป็นเจล เนื่องจากเป็นโพลีเมอร์ที่ไม่ละลายในน้ำ สามารถแปรรูปได้ง่าย ฆ่าเชื้อได้ง่าย เก็บรักษาได้นาน ที่สำคัญ ข้าวเป็นวัตถุดิบที่สามารถปลูกเพิ่มได้เมื่อหมด ต่างจากน้ำมันหรือวัตถุดิบที่มีวันหมด

นอกจากแผ่นห้ามเลือด นักวิจัยยังนำผงแป้งข้าวเจ้ามาพัฒนาเป็นวัสดุเย็บแผลชนิดย่อยสลายได้อีกด้วย นวัตกรรมคิดค้นขึ้นทำให้แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คว้ารางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2552

ความฝันบนปลายยอดของเขาคือ การต่อยอดงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ ปัจจุบันข้าวเจ้ากรดห้ามเลือดผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองแล้ว และอยู่ระหว่างการยื่นพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน คาดว่า จะเริ่มทำการวิจัยในอาสาสมัคร 50 คน ในช่วงปี 2553

หนุนคนไทยสร้างนวัตกรรม

“ผมเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ชิ้นหนึ่งในวงการแพทย์ ที่ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดทั้งในฐานะแพทย์ และในฐานะของคนไทย” นพ.สิทธิพรกล่าวหนักแน่น ก่อนย้ำว่า คนไทยมีความรู้ความสามารถสู้คนอื่นได้สบาย แต่ยังมีข้อจำกัด ขัดข้องบางประการที่ต้องดิ้นรนแก้ปัญหากันไป

แพทย์นักวิจัยเผยว่า ตัวเองนั้น ดิ้นรนทำวิจัยไม่หยุดเพื่อให้ถึงอนาคตที่ประสบความสำเร็จ แม้จะมองเห็นว่าไม่ใช่ทุกคนที่ทำวิจัยแล้วไปถึงจุดนั้น บ้างหมดแรง และหายไป

“ตราบเท่าที่ยังไม่ตาย ผมจะดิ้นรนไปเรื่อยๆ ทำวิจัยไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งเป้าว่า อายุเท่านี้ จะหยุดทำวิจัย แต่จะทำจนหมดแรง”

นพ.สิทธิพร บอกว่า เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ทำอะไรได้หลายอย่าง มีความรู้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะด้านชีววิทยาที่เกี่ยวกับมนุษย์บวกกับความสนใจด้านวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้กับมนุษย์ทำให้สามารถจับงานวิจัยได้จนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง”

แต่ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว จะแพ้หรือชนะ รศ.นพ.สิทธิพรบอกว่าเขายังคงทำวิจัยต่อไป แต่ความสำเร็จที่ได้มาคือใบเบิกทางทำให้เขาได้รับการสนับสนุนมากขึ้น ทำงานได้มากขึ้น และเร็วขึ้น

“ผมมั่นใจว่านักวิจัยไทยทุกคนสามารถทำงานในสิ่งที่ตัวเองมีความสามารถ มีความถนัด และเชี่ยวชาญ เพื่อให้งานวิจัยไปถึงจุดสำเร็จที่คาดหวังและตั้งเป้าเอาไว้ในที่สุด” นักเทคโนโลยีดีเด่น 2552 กล่าว





รับสร้างบ้านดิน

25 10 2009

สยามบ้านดิน
087-019-4500
037-322-221





Chief Blogger

25 10 2009

โกดัก มีการตั้งตำแหน่ง Chief Blogger

Cisco มีตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายโลกาภิวัตน์

Southwest Airlines มีการตั้งตำแหน่ง ผู้จัดการด้านการพัฒนาความสามารถ เพื่อเข้ามาหาวิธีการประเมินผลงานที่ดีที่สุด





ระดับตำแหน่งในบริษัทตามแบบ Linkedin

25 10 2009

ต่ำไปสูง

Internship
Entry level
Associate
Mid-senior level
Director
Executive





สรุปประวัติบุชคนพ่อ+บุชคนลูก

25 10 2009

บุชคนพ่อ

จอร์จ บุช เป็นบุตรของ Prescott Bush and Dorothy Walker เกิด 12 มิถุนายน 1924 เป็นนักกีฬาเบสบอลในโรงเรียนฟิลิปส์ อคาเดมี่และจบออกมาในปี 1942 ได้เป็นทหารอากาศในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นหน่วยข่าวกรองให้กับกองทัพเรือด้วย จบจากมหาวิทยาลัยเยลในปี 1948 บุชแต่งกับบาร์บาร่า เพียร์ซในปี 1945 มีลูกด้วยกัน 6 คน

เริ่มทำงานเอกชนที่ Dresser Industries ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันที่พ่อเขาถือหุ้นอยู่ภายหลังควบรวมกับบริษัทฮัลลิเบอร์ตันของ ดิค เชนีย์

1953 บุชก่อตั้ง Zapata Petroleum ช่วงนั้นพ่อของเขาได้เป็นวุฒิสมาชิกรัฐคอนเนคติกัตและเพื่อนพ่อดัลเลน อัลเลสได้เป็นผู้อำนายการซีไอเอ

1964 บุชลงเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกแต่แพ้

1966 บุชได้เป็นวุฒิสมาชิกสมใจ

1969 บุชเป็นทีมหาเสียงให้กับริชาร์ด นิกสันจนนิกสันได้เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก และบุชก็ได้กลายเป็นคนสนิทของนิกสันตั้งแต่นั้นมา

1973 บุชตั้งกลุ่มพิทักษ์ชาติพันธุ์ที่มีแนวคิดแบบนาซี คือ Heritage Groups Council มีคนเข้าใจด้วยซ้ำว่ากลุ่มนี้สนับสนุนและติดต่อกับพวกนีโอ นาซี
เมื่อบุชหลุดจากตำแหน่งวุฒิสมาชิก นิกสันก็ให้เขาไปเป็นฑูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ แต่เมื่อเกิดคดีวอเตอร์เกตที่มีการพยายามโกงการเลือกตั้งจนนิกสันต้องลาออกในปี 1974 นิกสันได้กันบุชออกจากเรื่องวุ่นๆนี้ด้วยการให้เขาไปเป็นฑูตสหรัฐประจำปักกิ่ง เพื่อให้เขากลับมาสืบทอดอำนาจต่อไป

1980 บุชได้เป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีรีแกน เมื่อรีแกนถูกลอบยิงสื่อก็คุ้ยข้อมูลจนเจอว่ามือปืนนั้นรู้จักกันดีกับครอบครัวบุช และเคยได้นั่งรับประทานอาหารกับน้องชายของบุชด้วย

1983 รีแกนกับบุชเปิดทางให้นายพลนอรีเอก้าแห่งปานามายึดอำนาขในประเทศ โดยแลกกับการเก็บค่าผ่านคลองปานามาและหวังให้ปานามาเป็นด่านกั้นเส้นทางขนส่งยาเสพติดและคอมมิวนิสต์ให้กับอเมริกา

1985 บุชต้องเดินสายมายังอเมริกาใต้โดยเลือกมายังนิคารากัวก่อน และเขาเลือกที่จะไปคุยกับกลุ่มกบฎคอนทรามากกว่าไปคุยกับรัฐบาลที่เป็นคอมมิวนิสต์ซานดินิสต้า มีการตกลงกันว่าอเมริกาจะให้ความช่วยเหลือทุกด้านหากทางกบฎช่วยต่อต้านคอมมิวนิสต์ให้กับอเมริกา จนเกิดเหตุเครื่องบินเช่าที่มาจากอาร์เจนตินากำลังมุ่งไปอิสราเอลตกนอกชายฝั่งนิคารากัว พบอาวุธยี่ห้อของอเมริกาในเครื่องด้วย เมื่อสาวลงไปพบว่ามีการพยายามฟอกเงินโดยส่งอาวุธล็อตใหญ่ให้กบฎคอนทรา และจะนำเงินนี้ไปขายอาวุธปืนต่อสู้รถถังให้กับอิหร่านที่กำลังต่อสู้กับอิรัก ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายของอเมริกาอย่างมาก

1986 บุชมีข่าวฉาวกับเลขาของเขา Jennifer Fitzgerald

1987 นอริเอก้ามีข่าวพัวพันกับพวกค้ายาเสพติดในปานามาซึ่งตัวเขาเองก็ได้รับค่าจ้าง 110000 ดอลลาร์ต่อปีขากอเมริกาในการทำหน้าที่กันชนให้สหรัฐ และเกิดเหตุฆ่านาวิกโยธินสหรัฐในตลาดกลางเมืองปานามา ความสัมพันธ์ที่ดีก็ขาดสะบั้นลง

1988 บุชได้เป็นประธานาธิบดี เขาส่งทหารไปจับตัวนอริเอก้าถึงในปานามาด้วยข้อหาค้ายาเสพติดข้ามชาติและถูกนำตัวขึ้นศาลสหรัฐในปี 1989

1990 อิรักยึกคูเวต บุชส่งทหารบุกอิรักและได้ชัยชนะใน 4 วันแต่ก็พบว่าซัดดัมได้ให้ทหารเผาบ่อน้ำมันของคูเวตทั้งหมดก่อนแล้ว

1992 บิน ลาเดนก่อตั้งกลุ่มอัลไกด้าหลังพี่ชายของเขาตายจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ซึ่งเขาไม่เชื่ออย่างนั้น

—————————————————————————————

จอร์ช บุช คนลูก

เกิดในปี 1946 จบจากฟิลิปส์ อคาเดมี่ เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเยล เอกประวัติศาสตร์และจบในปี 1968 สมัครเข้าหน่วย National Guard ในเท็กซัสเหล่าทหารอากาศ เพื่อหนีการเกณฑ์ทหารในช่วงสงครามเวียดนาม

1973 บุชเป็นทีมฝ่ายการเมืองให้กับพรรครีพลับลิกัน

1975 บุชเรียนจบเอ็มบีเอจากฮาร์วาร์ด ถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่ได้เอ็มบีเอ

1976 บุชโดนจับข้อหาขับรถขณะมึนเมาและเขาก็มีปัญหาเรื่องการติดเหล้ามาตลอด

บุชแต่งงานกับ ลอร่า เวลซ์ในปี 1977 มีลูกแฝด 2 คน คือ บาร์บาร่าและเจนน่า

1978 บุชตั้งบริษัทน้ำมัน Arbusto Energy โดยมีทุนจากซาอุดิอาระเบียและจากตระกูลบินลาเดนหนุนหลัง

1982 เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Bush Exploration เนื่องจากมีภาษีค้างชำระ

1984 บริษัทใกล้ล้มแต่มีบริษัท Spectrum 7 Energy Corporation มาอุ้มไว้และดึงมาควบรวมเข้าด้วยกัน

1985 Spectrum 7 Energy Corporation ล้มละลายจากวิกฤตน้ำมันแต่มีบริษัทเพื่อนพ่อของเขา คือ Harken Energy Corporation เข้ามาช่วยไว้อันเนื่องมาจากบารมีของบุชคนพ่อนั่นเอง

1987 ทุนซาอุดิอาระเบียเข้าครองบริษัท Harken Energy Corporation แต่บุชยังได้นั่งบริหารอยู่ต่อไป

1989 บุชซื้อทีมเบสบอล Texas Ranger ในราคาแค่ 6 แสนดอลลาร์และทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์ มีสื่อมวลชนสงสัยว่าบุชใช้เล่ห์กลบางอย่างทำให้เขาได้ตัวอาคารทั้งหมดของทีมมาด้วยอย่างง่ายดาย แต่คนในทีมต่างยอมรับในฝีมือการบริหารทีมและความรู้ในเบสบอลของบุชอย่างมาก

1994 บุชได้เป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสสมัยแรก

1998 บุชได้เป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสสมัยที่ 2

2000 บุชได้เป็นประธานธิบดีหลังมีการประท้วงเรื่องการนับคะแนนกับอัล กอร์จนอัล กอร์ขอถอนตัวเพราะรู้ว่าไม่อาจสู้อิทธิพลของตระกูลบุชได้

2001 เกิดเหตุ 9/11 ที่ตึกเวิร์ลเทรด องค์กรอัลไกด้าของบิน ลาเดนถูกกำหนดว่าเป็นผู้ลงมือทันที บุชประกาศกร้าวทำสงครามกับการก่อการร้ายทั่วโลกรวมถึงพวกอักษะแห่งความชั่วร้าย คือ อิรัก อิหร่าน เกาหลีเหนือ อเมริกาส่งทหารเข้าไปในอัฟกานิสถานผ่านประเทศรอบอ่าวเปอร์เซียที่ยอมช่วยสหรัฐจนสามารถล้มล้างระบอบทาลีบันและมีประธานาธิบดีฮามิด คาไซเป็นหุ่นเชิดของอเมริกาในอัฟกานิสถาน

2002 อเมริกาบุกอิรักเพื่อล้มระบอบซัดดัมตามข้อหาการสะสมอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธชีวภาพซึ่งเป็นสิ่งที่บุชคิดขึ้นเองทั้งสิ้น ชาติตะวันตกเกิดความขัดแย้งในแนวความคิดต่อกรณีนี้อย่างมาก สื่อยังมองว่านี่เป็นการเข้าไปจัดการซัดดัมขั้นเด็ดขาดต่อพ่อของเขา และยึดบ่อน้ำมันที่มีปริมาณเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซอุดิอาระเบีย

2009 บุชหมดอำนาจ โอบามาดำรงประธานาธิบดีคนต่อไป

สรุป

ครั้งแรกที่อ่านประวัติพ่อลูกคู่นี้ผมรู้สึกตกใจมากที่ทำไมนักการเมืองสหรัฐถึงเป็นได้ขนาดนี้ มันหนักหนาสาหัสกว่าของไทยมาก เพราะพวกนี้ใช้ทุกหนทางเพื่อให้ได้ตามที่ตนเองต้องการ แม้คนอื่นต้องตายก็ไม่สนใจ ขอให้ได้ตามที่ประสงค์เป็นอันว่าใช้ได้ เป็นเรื่องที่แย่มากจริงๆ ยังได้เห็นอีกว่าตระกูลบุชสร้างตัวขึ้นมาจากเส้นสายทางธุรกิจของบริษัทน้ำมันมาตั้งแต่รุ่นก่อนๆและมีท่าทีว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาล้วนสนใจที่จะกอบโกยเงินทอง ผลประโยชน์โดยไม่ยอมให้มีอุปสรรคใดๆมาขัดขวางทั้งสิ้น เข้าหลัก แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูได้เป็นพอ เป็นสิ่งที่ควรศึกษาไว้เป็นบทเรียนว่า นักการเมืองอเมริกาไว้ใจไม่ได้เพราะถ้าเราเผลอก็จะโดนสูบเลือดสูบเนื้อแบบไม่ปรานีแน่นอน แต่ลักษณะของระบบอุปถัมภ์ที่อาจเอาอย่างได้ก็คือ การช่วยเหลือคนรู้จักไม่ให้ล้มละลายทางธุรกิจ เป็นสิ่งที่คล้ายกับในไทยที่มีจิตใจคิดช่วยเหลือคนรู้จักเหมือนกัน ทั้งผมเคยอ่านนิตยสาร Topgun เกี่ยวกับทหาร เคยได้เห็นภาพทหารสหรัฐในสงครามอ่าวพร้อมคำบรรยายใต้ภาพถึงบ่อน้ำมันในคูเวตที่กำลังลุกไหม้แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรนึกว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ แต่เมื่อได้มารู้ว่าเป็นเรื่องจงใจทำของทหารอิรักและได้อ่านประวัติตระกูลบุชก็ไม่รู้สึกแปลกใจที่จะเกิดอะไรแบบนั้นได้

แหล่งข้อมูล
ปรีดาพร 2547 ฉีกเปลือกตระกูลบุช สำนักพิมพ์มายิก กทม.





ยี่ห้อรถยนต์ในไทยปี 2552

25 10 2009

Geely
Polarsun
Golden Dragon
DFM
WULING
CHERY รุ่น QQ,Tiggo,Cross





ฟูจิตสึเผยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พร้อมใช้งานแล้ว

25 10 2009

ประกาศความสำเร็จ ภายใต้ระบบใหม่ Riken Integrated Cluster of Clusters (RICC) จาก Riken พร้อมใช้งานแล้วโชว์ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดคว้าอันดับ1มาตรฐาน LINPACK…

นางสาวจรัณยา อิ่มธนาสาร ผู้อำนวยการฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฟูจิตสึประเทศญี่ปุ่นติดตั้งเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) ให้กับสถาบัน Japan’s institute of Physical and Chemical Research หรือ Riken เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยระบบพร้อมใช้งานตั้งแต่เดือนส.ค.2552 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ระบบการปฏิบัติงานของเครื่องดังกล่าว เครื่องใหม่ผ่านมาตรฐานของ LINPACK โดยเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวัดระดับการปฏิบัติงานของเครื่องฯ ของโครงการ TOP500 โดยเครื่องฯ ได้ผลที่ 97.94 Teraflop ( 1 ล้านล้าน Floating point ในการประมวลผลต่อ 1 วินาที) เปรียบเทียบกับเครื่อง Supercomputer ในโครงการ TOP500 ในเดือนมิ.ย. 2552 เครื่อง Supercomputer ที่ Riken ถือเป็นอันดับหนึ่ง

ผอ.ฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟูจิตสึ กล่าวต่อว่า เครื่องดังกล่าว ถือเป็นระบบใหม่ ที่มีชื่อเรียกว่า Riken Integrated Cluster of Clusters (RICC) เป็นระบบที่มีความซับซ้อน ประกอบด้วย 3 ระบบหลักที่ทำงานร่วมกัน โดยแต่ละระบบจะมีหน้าที่เฉพาะ ได้แก่ 1.Massive Parallel PC Clusters 2.เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่มีหน่วยความจำสูง และ3.Multipurpose parallel PC cluster โดยทั้ง 3 ส่วนจะเชื่อมต่อกันด้วยระบบ Front-end และระบบ disk และ tape นอกจากนี้ยังประกอบด้วย Parallelnavi โปรแกรม HPC middle ware ของฟูจิตสึรวบรวมฟังก์ชั่น การจัดการระบบ ระบบการจัดเก็บความเร็วสูง และโปรแกรมการพัฒนาระบบ เข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งยังมี HPC job-management tool ที่ชื่อว่า Meta-Job Scheduler อันจะเป็นระบบที่จัดการการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพของเครื่อง massive parallel ทั้งหมด

Ryutaro Himeno ผู้อำนวยการ Riken’s Advance Center for Computer and Communication กล่าวว่า การที่ Riken ซื้อ RICC ถือเป็นความก้าวหน้าต่อจากโครงการ RSCC ทำให้เห็นพัฒนาการที่ก้าวล้ำในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถในการปฏิบัติงาน RICC ถือเป็น next generation ของ Supercomputer ด้านความสามารถในการประมวลผลข้อมูลโดยใช้ Advance DNA sequencers accelerator และ X-Fel (X-ray Free Electron Laser) และความสามารถในการใช้ระบบเพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยใช้ MDGRAPE-3 GPGPUและaccelerators อื่น อีกทั้ง ระบบใหม่นี้ถือเป็นตัวอย่างการใช้ Intel Xeon processor 5500 series ใน large-scale ในประเทศญี่ปุ่น ที่สร้างความประทับใจกับผลการปฏิบัติงานด้วย

ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 20 ตุลาคม 2552 เวลา 18:39 น.

http://www.bcoms.net/news/detail.asp?id=10087





การ์ด AMD รุ่นใหม่ต่อได้ 6 จอพอใจหรือยัง?

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/product_13302.php

21 กันยายน 2552

ท่าทางเอเอ็มดี (AMD) จะหันมาเอาดีทางด้านหน่วยประมวลกราฟิก (GPU) ? แทนที่จะทำสงครามโพรเซสเซอร์ (CPU) กับอินเทล (Intel) เพียงอย่างเดียว ล่าสุดทางบริษัทได้ออกการ์ดกราฟิกรุ่นใหม่ (สนับสนุน DirectX 11) ชื่อว่า Eyefinity ที่มีคุณสมบัติที่จะทำให้ผู้ใช้หลายท่านหันมาสนใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลาย เพราะการ์ดกราฟิกรุ่นนี้สามารถต่อมอนิเตอร์ได้พร้อมกันถึง 6 จอ เพื่อแสดงผลเป็นหน้าจอเดียว…ว้าว!!!

สำหรับคุณสมบัติทางด้านเทคโนโลยียังไม่มีการเปิดเผยออกมามากนัก แต่ผลจากการสาธิตการทำงานที่มีการเปิดเผยออกมา มันน่ามหัศจรรย์มากที่การ์ดที่ใช้ GPU เพียงตัวเดียวทำงานร่วมกับคอนเน็คเตอร์แสดงผลมาตรฐาน (DisplayPort) หลายๆ ตัวได้พร้อมกัน ซึ่งในการสาธิต มันสามารถรองรับการแสดงผลบนจอขนาด 30 นิ้วจากบริษัท Dell ได้พร้อมกันถึง 6 จอ โดยได้รับการปรับแต่งให้ทำงานร่วมกันเป็นจอเดียว (แบบระบบมัลติวิชัน) ทีมีความละเอียด 7680×4800 พิกเซล

Eyefinity จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท AMD โดยทางด้านฮาร์ดแวร์จะใช้ ATI Radeons รุ่นใหม่ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับมอนิเตอร์ 3 และ 6 จอ สามารถให้เอาต์พุทที่หลากหลายไมว่าจะเป็น DisplayPort, DVI, HDMI เป็นต้น ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ใหม่จะมีชื่อว่า SLS หรือ Single Large Surface ด้วยซอฟต์แวร์ตัวนี้ ผู้ใช้จะสามารถปรับแต่งให้มอนิเตอร์หลายๆ จอสามารถทำงานร่วมกับ Eyefinity ในลักษณะทีเป็นจอเดียวที่มีขนาดใหญ่ได้ ดูจากภาพการสาธิตแล้ว โดยเฉพาะเกมส์ดูน่าเล่นมากๆ เลยนะครับ





Fast Flip พลิก”หน้าเว็บ”แบบนิตยสาร

25 10 2009

22 กันยายน 2552

http://hitech.sanook.com/technology/news_13310.php

ข้อได้เปรียบของสิ่งพิมพ์ที่เหนือกว่าสื่ออื่นๆ นอกจากความสะดวกสบายในการพกพาแล้ว นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ยังง่ายต่อการพลิกค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย หรือพลิกข้ามหน้าที่คุณทราบดีว่าไม่ต้องการอ่านให้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เว็บ (Web) ก็มีข้อได้เปรียบกว่าสิ่งพิมพ์อยู่ไม่น้อยเช่นกัน และยิ่งเมื่อผสานเข้ากับคอนเซปต์ในการอ่านข่าวบนเว็บที่เรียกว่า “river of news” ของ Dave Winer คุณจะสามาถพลิกเว็บ เพื่อกวาดสายตาหาสิ่งที่ต้องการอ่านบนหน้าจอได้เร็ว (และได้อารมณ์) ไม่แพ้การพลิกอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ ไมว่าอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้จะมีความเร็วแค่ไหนก็ตาม

กูเกิ้ล (Google) กำลังจะแก้ปัญหาความแตกต่างจากจุดอ่อนของเว็บที่ไม่อาจสร้างความคุ้นเคยให้กับผู้บริโภคที่มีต่อสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะกลไกการพลิกหน้านิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ เพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการอ่าน ล่าสุดทาง Google Labs ได้ทดลองบริการ “อ่านข่าว” แบบใหม่ที่เรียกว่า Fast Flip

Krishna Bharat นักวิจัยบริการ Google News กล่าวว่า Fast Flip เป็นบริการที่จะให้ประสบการณ์ในการอ่านแบบใหม่ ที่เป็นการผสมผสานคุณสมบัติที่ดีที่สุดของสิ่งพิมพ์ และบทความออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยสิ่งที่เหมือนสิ่งพิมพ์นิตยสารก็คือ Fast Flip ช่วยให้คุณสืบค้นข่าวล่าสุด พาดหัวข่าว และประเด็นยอดนิยมได้ตามลำดับ (เหมือนกับการพลิกไปทีละหน้าของสิ่งพิมพ์) ซึ่งดึง (feed) ข้อมูลมาจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ ทั้งนี้ ชื่อของบริการก็ยังบอกอีกด้วยว่า เป็นบริการพลิก(flip)หน้าคอนเท็นต์ได้อย่างรวดเร็ว(fast) ดังนั้น ผู้ใช้จะสามารถกวาดสายตาผ่านหน้าเว็บต่างๆ ได้เร็วมากจนกว่าจะพบสิ่งที่สนใจ (อารมณ์จะเหมือนกับการพลิกหน้าสิ่งพิมพ์เร็วๆ แล้วกวาดสายตาหาพาดหัวข่าว หรือประเด็นร้อนที่สนใจ) ขณะเดียวกัน Fast Flip ก็ผสานข้อได้เปรียบของเว็บเข้ามาไว้ด้วยกัน โดยจะให้บริการรวบรวม (aggregate) และค้นหา (search) ข้อมูลข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ และนิตยสารชั้นนำมากมาย อีกทั้งยังสามารถแชร์คอนเท็นต์ที่คุณสนใจให้กับเพื่อนฝูง หรือในสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย Fast Flip ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถปรับแต่งประสบการณ์ในการใช้งานอีกด้วย โดยสามารถเลือกหน้าสิ่งพิมพ์ออนไลน์เฉพาะที่ต้องการจากคิวที่อยู่ด้านข้าง เพือแสดงคอนเท็นต์ที่มาจากแหล่งต่างๆ หัวข้อข่าว ตลอดจนจากนักข่าวที่ชื่นชอบได้อีกด้วย กล่าวโดยสรุป Fast Flip จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ในการสืบค้นทีรวดเร็วด้วยรูปแบบเดียวกันกับการเปิดหน้านิตยสารในโลกออฟไลน์ สามารถรับสื่อที่เพื่อนแนะนำ ตลอดจนจากสมาชิกในสังคมออนไลน์ต่างๆ รวมถึงเลือกคอนเท็นต์ที่ต้องการอ่านได้ตามอำเภอใจ

กูเกิ้ลได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ร่วม 40 ราย อย่างเช่น BusinessWeek, The New York Times, Newsweek, the Atlantic และ ProPublica โดยจะมีการแบ่งรายได้ตามจำนวนการมองเห็นโฆษณา นอกจากมีเวอร์ชันบนเดสก์ทอปแล้ว ยังมีเวอร์ชันบนมือถือที่สามารถใช้การสัมผัส เพื่อพลิกหน้าเว็บสำหรับไอโฟน และแอนดรอยด์โฟนอีกด้วย นักวิจัยของกูเกิ้ลเชื่อว่า อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมายในวันนี้ Fast Flip อาจจะเป็นทางออกให้กับอุตสาหกรรมก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม เวลาเท่านั้นที่จะเป็นข้อพิสูจน์…





Microsports MP3 Player เล็กที่สุดในโลก

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/product_13342.php

24 กันยายน 2552

แนวคิดในการทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดความแตกต่างในตลาดก็คือ การทำให้มันมีขนาดเล็กสุดๆ ในขณะเดียวกันต้องตอบโจทย์การใช้งานได้อีกด้วย เพราะแก็ดเจ็ตหลายชิ้นเหมือนกันที่พอทำให้เล็กลง ปรากฎว่า มันกลับใช้งานไม่สะดวกเหมือนเคย ซึ่งสำหรับเครื่องเล่น MP3 ที่เล็กทีสุดหลายคนอาจจะนึกไปถึง iPod Shuffle 4G เชื่อไหมครับว่า มันยังมีที่เล็กกว่านั้น

Microsports MP3 Player เครื่องเล่นเอ็มพีสามรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Thanko บริษัททีชอบผลิตแก็ดเจ็ตที่มีความเป็นที่สุดออกมาฉกเงินในกระเป๋าผู้ชื่นชอบอุปกรณ์ไฮเทคฯอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับเจ้าเครื่องเล่นเอ็มพีสามรุ่นนี้จะมีขนาดเพียง 16mm x 25mm x 22mm ใหญ่กว่าหูฟังเล็กน้อย น้ำหนักโดยรวมแค่ 8 กรัมเท่านั้น

ด้วยขนาดและน้ำหนักเพียงแค่นี้ ทำให้ผุ้สร้างได้ออกแบบให้มันมาพร้อมกับหูฟังหนึ่งข้างที่อยู่ติดกับตัวพร้อมที่คล้องหลังหู คล้ายชุดหูฟังบลูทูธ ในขณะที่บันตัวมันมีช่องเสียบสำหรับต่อหูฟังอีกข้างหนึ่งอ้อมไปดังหลังศรีษะ เพื่อรับฟังเสียงเพลงในระบบสเตอริโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้ใช้สามารถสวมใส่มันขณะทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว สะดวกสบาย โดยไม่รู้สึกต้องรำคาญกับสายระโยงระยางไปมาเหมือนเครื่องเล่นเอ็มพีสามรุ่นอื่นๆ โหลดเพลงผ่าน USB และชาร์จหนึ่งครั้งฟังต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมง รองรับไฟล์เพลงในฟอร์แมต MP3/WMA/WAV สำหรับเครื่องเล่นรุ่นน้มีให้เลือกสองความจุด้วยกันคือ 2GB และ 4GB ราคาประมาณ 4,980 เยน (ประมาณ 1,850 บาท) และ 6,980 เยน (ประมาณ 2,600 บาท) ตามลำดับ





MAKITA BFR540 AUTOFEED SCREWDRIVER

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/product_13370.php

06 ตุลาคม 2552

• เครื่องยิงสกรูหรือตะปูควงขนาดใหญ่หน้าตาน่า กลัวพร้อมแบตเตอรี่ 14.4 โวลต์ตัวนี้เมื่อเทียบกับไขควงทั่วไปแล้วก็ไม่ต่างอะไรนักกับการเปรียบเทียบสงครามนิวเคลียร์กับการแอบย่องเข้าไปข้างหลังใครบางคนแล้วตะโกน “บึ้ม” นั่นแหละ สกรูที่เรียงรายอยู่บนสายพานลำเลียงจะพุ่งออกจากปากกระบอกด้วยความเร็ว 4,000 รอบต่อนาทีฝังเข้าไปในคอนกรีตแข็งๆ ได้อย่างสบาย เราว่าการสร้างเพิงเก็บของเล็กๆในสวนหลังบ้านคงจะใช้เวลานานพอๆ กับการต้มน้ำให้ เดือดนั่นแหละ

£260 WWW.MAKITAUK.COM





“แมลง-ไซบอร์ก” ใกล้เป็นจริงแล้ว!!!

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/news_13394.php

06 ตุลาคม 2552

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวการพัฒนา”แมลง-ไซบอร์ก” หรือแมลงที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมที่สามารถบังคับให้มันบินไปในทิศทางต่างๆ ที่ต้องการได้ของกองทัพสหรัฐฯ ล่าสุดมันได้ใกล้ความจริงมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียร์ได้ประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายขั้วไฟฟ้า (electrode) เข้าไปในแมลงปีกแข็งอย่างด้วง ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมการบินของแมลงเหล่าพวกนี้ได้ “เราได้สาธิตการควบคุมการบินของแมลงด้วยรีโมทคอนโทรลผ่านทางอุปกรณ์รับสัญญาณวิทยุขนาดเล็กที่ต่อเชื่อมกับระบบกระตุ้นสัญญาณประสาทของแมลงโดยตรง” นักวิจัยเปิดเผยในรายงานชุดใหม่ที่มีชื่อว่า Frontiers in Integrative Neuroscience “อุปกรณ์ที่ฝังเข้าไปจะสามารถกระตุ้นระบบประสาท กล้ามเนื้อของแมลง ผ่านไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ติดตั้งภาครับส่งคลื่นสัญญาณวิทยุ และแบตเตอรี่ขนาดจิ๋ว โดยอุปกรณ์จะได้รับการติดตั้งที่บริเวณแผ่นหลังช่วงอกของแมลง”

ศูนย์วิจัย DARPA จาก Pentagon เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งมีชื่อว่า HI-MEMS program ซึ่งสำหรับเป้าหมาย ทางกองทัพมีความต้องการระบบกลไกขนาดจิ๋วที่สามารถฝังเข้าไปในแมลง เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของมันได้ โดยทีมวิจัยต่างๆ ที่ได้รับเงินสนับสนุนต่างก็แสดงความคืบหน้าของความสำเร็จกันออกมาเป็นระยะๆ ตัวอย่างเช่น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนก็ได้สาธิตการใช้รีโมทควบคุมการบินของผีเสื้อกลางคืนที่ได้รับการฝังอุปกรณ์ควบคุมไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม การสาธิตของทีมวิจัยที่เปิดเผยออกมาล่าสุดดูจะสามารถควบคุมได้ค่อนข้างแม่นยำกว่า โดยในคลิปสาธิตจะเห็นว่า เขาสามารถกระตุ้นให้แมลงบินไปซ้ายที ขวาที ได้อย่างถูกต้อง งานนี้ไม่รู้จะภูมิใจในความสำเร็จ หรือสงสารเจ้าแมลงตัวน้อยดีนะครับ





เครื่องเล่นเอ็มพีสามที่สามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยสายตา

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/product_13448.php

08 ตุลาคม 2552

กลับมาที่ CEATEC Japan 2009 งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกนะครับ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นที่ Makuhari Messe ใกล้ๆ กับกรุงโตเกียว โดยงานจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ตุลาคม สำหรับแก็ดเจ็ตที่จะนำมาฝากกันนี้ ตอนแรกที่เห็นภาพก็งงๆ อยู่เหมือนกันว่า ผู้ชายในเสื้อยืดสีแดงคนนี้พี่แกกำลังเหล่สาวพริตตี้ในงาน หรือเปล่า? แต่เอาเข้าจริงๆ เขากำลังสาธิตการทำงานของแก็ดเจ็ตชิ้นนี้ต่างหาก

อุปกรณ์ไฮเทคฯที่ชายเสื้อแดงจาก NTT DoCoMo กำลังนำเสนออยู่นี้ ความจริงก็คือ เครื่องเล่นเอ็มพีสามที่สามารถควบคุมการทำงานได้ด้วยสายตาที่กลอกกลิ้งไปในทิศทางต่างๆ โดยความน่าอัศจรรย์ในการทำงานของมันก็คือ ไม่ต้องมีกล้อง เพื่อตรวจจับ และรู้จำลักษณะการเคลื่อนที่ของสายตาแต่อย่างใด แต่ความลับของการทำงานอยู่ที่หูฟังทั้งสองข้างต่างหาก???

สำหรับหูฟังเอ็มพีสามดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย NTT DoCoMo ซึ่งความลับของการทำงานของมันก็คือ การใช้ขั้วไฟฟ้า (electrode) ขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในหูฟังทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนสายตาในทิศทางต่างๆ เพือใช้แทนคำสั่งควบคุมการทำงาน โดยไม่ต้องสัมผัสเครื่องเล่นอ็มพีสามเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น หรือปวดหัวมากขึ้นกันแน่

[อธิบายเพิ่มเติม: Docomo Eye-Controlled Phones Earphone EOG: นอกจะใช้ควบคุมเครื่องเล่นเอ็มพีสามบนมือถือได้แล้ว หูฟังดังกล่าวยังสามารถควบคุมการใช้งานมือถือได้ด้วย โดยเซ็นเซอร์ที่ฝังอยู่ในหูฟังจะสามารถตรวจจับกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อ(ลูกตา)แบบเดียวกับที่ใช้วัดระดับสัญญาณการเต้นของหัวใจ (ECG) การกวาดสายตาของผู้ใช้ขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา จะถูกตรวจจับ (detect) ขึ้นมา และสามารถนำไปใช้แทนคำสั่งควบคุมการเปิดปิด รับสาย เพิ่มลดระดับเสียง ของมือถือ หรือเอ็มพีสามได้อย่างง่ายดาย]





LifeLine กำไลตรวจสุขภาพ

25 10 2009

13 ตุลาคม 2552

http://hitech.sanook.com/technology/product_13471.php

LifeLine เป็นกำไลข้อมือที่จะช่วยตรวจวัดร่างกายนักประดาน้ำขณะที่ลงไปใต้น้ำ มันจะทำการตรวมวัดความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับน้ำตาลในเลือด และอุณหภูมิในร่างกาย ซึุ่งมันจะส่งข้อมูลจากตัวเครื่องไปยังโทรศัพท์มือถือ
หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะวิเคราะห์ผลออกมาเป็นกราฟ กำไลข้อมืออันทันสมัยนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อมนุษย์โดยเฉพาะ และมากไปกว่านั้น มันยังสามารถชาร์จพลังงานผ่าน Wire Less Power pad หรือ USB ได้

โอ้โห ถ้านำไปใช้กับคนที่ชอบออกกำลังกาย ก็น่าจะได้นะ แถมยังเป็นเครื่องประดับไปในตัวอีกด้วย เออแต่เคยได้ยินข่าวนะว่าในบ้านเรามีขายนะ พวกกำไลสุขภาพไรเงี่ย ที่เวลาใส่แล้วมันจะช่วยรักษาโรคบางโรคได้ ไม่รู้จะจริงป่าว ใครมีข้อมูลก็เอามาเล่าให้ฟังบ้างนะ





B&N เผยโฉม “อี-รีดเดอร์” มี 2 จอ!!!

25 10 2009

16 ตุลาคม 2552

http://hitech.sanook.com/technology/product_13492.php

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ Gizmodo ที่ได้มีโอกาสนำภาพของเครื่องอ่านอีบุ๊กของ Barnes and Noble ซึ่งแม้จะมาทีหลัง แต่ดูเหมือนทางบริษัทได้พยายามออกแบบให้เครื่องอ่านของตน ถึงมาช้าแต่ก็ชัวร์ว่าผู้ใช้จะชื่นชอบ? เนื่องจากเครื่องอ่านอีบุ๊กดังกล่าวเป็นความพยายามแก้จุดอ่อนที่พบในเครื่องอ่านของคู่แข่งอย่าง Kindle ผสานรวมเข้ากับจุดแข็งของ iPhone ส่วนจะมีหน้าตา และคุณสมบัติอย่างไรนั้น ลองมาติดตามรายละเอียดกัน

โปรเจกต์เครื่องอ่านอีบุ๊ก หรือ e-reader ของทาง Barnes & Noble มีกำหนดการที่จะเปิดตัวในสัปดาห์หน้า หลังจากที่มีการอ้างว่า มันอยู่ในระหว่างการพัฒนามาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะดีไซน์ของเครื่องทีมีขนาดหน้าจอต่างๆ ตลอดจนความสามารถของมัน

ข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ก็คือ e-Reader ของ BN จะใช้เทคโนโลจี Color e-ink หรืออีอิงค์ที่เป็นจอสีนั่นเอง แต่ก็มีการให้ความเห็นที่แตกต่างกันออกมา ทั้งเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ และที่ไม่แน่ใจ แต่จากภาพของเครื่องอ่านฯทีออกมาดูเหมือนจะไม่ผิดไปเสียทีเดียว เนื่องจาก พื้นที่แสดงผลจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยพื้นทีส่วนใหญ่ที่ใช้แสดงตัวหนังสือจะเป็น e-ink ขาวดำ แบบ Kindle ในขณะที่พื้นทีหน้าจอด้านล่างเป็นจอสีระบบมัลติทัชแบบ iPhone

นอกจากตัวเครื่องอ่านฯของ B&N ที่น่าสนใจแล้ว โมเดลธุรกิจทีได้มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยังน่าสนใจยิ่งกว่าอีกด้วย นั่นก็คือทาง B&N จะขายหนังสือที่พิมพ์เองด้วย (เนื่องจากทางร้านเป็นสำนักพิมพ์ด้วย) ดังนั้นราคาของอีบุ๊กจะมีราคาที่ถูกกว่าเวอร์ชันสิ่งพิมพ์มาก ขณะเดียวกัน เครื่องอ่านอีบุ๊กของ B&N ยังสามารถเข้าถึงหนังสือที่สแกนโดย Google Books Project ได้อีกด้วย

ทางเว็บไซต์ Gizmodo ยังรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เขารู้ชื่อเรียกของมันแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งทาง B&N อาจจะเปลี่ยนชื่อเรียกนี้ก็ได้ เพราะมันไม่ค่อยน่าฟังเท่าไร ประเด็นสุดท้ายที่ทางแหล่งข่าวให้ข้อมูลมาก็คือ มันทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ว้าว!!!





ipod Shuffle รุ่นใหม่ พูดได้ 20 ภาษา

25 10 2009

http://hitech.sanook.com/technology/product_13506.php

21 ตุลาคม 2552

ปลายปีนี้ไอพ็อดชัฟเฟิลจะวางจำหน่ายพร้อมกันถึง 5 สีเลย ไม่ว่าจะเป็นสีดำ เงิน ชมพู ฟ้า และเขียวพร้อมกับฟีเจอร์เก๋ๆ อย่าง VoiceOver ที่ทำให้ชัฟเฟิลสามารถ”พูด”บอกชื่อเพลงและศิลปินได้ นอกจากนี้ยังอัพเดตให้สามารถบอกชื่อเพลงได้ถึง 20 ภาษา ตัวอย่างเช่นภาษาจีน เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน แต่ไม่มีภาษาไทย

สำหรับไอพ็อดนาโนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของบรรดาไอพ็อดที่จะออกใหม่ในปลายปีนี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกล้องที่ใช้ถ่ายวีดีโอได้ หน้าจอที่ขนาดใหญ่ขึ้น วัสดุอลูมิเนียมที่เรียบและลื่น และมีวิทยุ FM ที่กิ๋บเก๊มากๆ เพราะเพื่อนๆ สามารถหยุดเพลงในรายการวิทยุได้ด้วย

ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า Live Pause เวลาที่เพื่อนๆ กำลังฟังเพลงเพราะๆ จาก FM ผ่านไอพอดนาโนอยู่แล้วอยากจะหยุดแปปนึงเพื่อทำอะไร หรือว่าบังเอิญถูกขัดจังหวะ เพื่อนๆ สามารถกดปุ่มเพื่อหยุดได้ และกลับมาฟังใหม่ได้ตั้งแต่ต้นเพลง หรือถ้าเราฟังเพลงแล้วชอบก็สามารถใช้ฟีเจอร์ iTunes Tagging เพื่อลิ้งค์เพลงที่ฟังอยู่ ไปซื้อบนร้าน iTune ได้อีกด้วย

นอกจากนี้นาโนยังมีฟีเจอร์ที่ชื่อ Genius ที่สามารถเปิดเพลงหลายๆ เพลงพร้อมๆ กันได้เพื่อความง่ายในการมิกส์เพลงต่างๆ และยังมีลำโพงและไมโครเพื่อบันทึกเสียงและวีดีโอและเปิดฟังได้ทันที

ส่วนกล้องที่ Apple ติดให้นาโน คือกล้อง H.264 VGA ความละเอียดภาพ 640 x 480 พิกเซล 30 เฟรม/วินาที มีเอฟเฟ็กต์พิเศษแบบเรียลไทม์ 15 แบบ เพื่อใช้ตกแต่งภาพ

มาถึงไอพ็อดทัช น่าเสียดายที่ไม่มีค่อยมีอะไรแตกต่างจากรุ่นเดิม แต่มีข่าวดีว่าจะลดราคาลงมาพร้อมกับเฟิร์มแวร์ iPod touch 3.1 เพื่อนๆ เลยสามารถ “ตัด คัดลอก และวาง” ได้เหมือนไอโฟน ซึ่งแอปเปิลชูจุดขายว่าเป็นอุปกรณ์ทรีอินวัน ทั้งคอมพิวเตอร์มือถือ ไอพ็อด และเครื่องเล่นเกมพกพาในเครื่องเดียว





JD Orient Recruitment Co., Ltd.

24 10 2009

As the leading of staffing organization, JD Orient Recruitment Co., Ltd was established since 1998 with License No. 932/2541. Many International Organizations consult us to provide a complete range of staffing services at all level. If you’re looking for new challenges and future bright goal in your career path, WELCOME TO JD ORIENT. Our professional recruiters are waiting to be your new gate ways.

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=18396&poid=130&bpage=1&key=&sum=171





บริษัท ทิตาราม คอนซัลแตนท์ จำกัด

24 10 2009

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=32821&poid=41&bpage=1&key=&sum=171

บริษัทฯ ประกอบกิจการด้านบริการจ้างเหมาแรงงาน ส่งพนักงานเข้าปฏิบัติงานให้กับบริษัทอื่นๆ ในหลายลักษณะงาน ดังต่อไปนี้ งานในสายการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม, งานในคลัง และศูนย์กระจายสินค้า, งานขายสินค้าในห้างสรรพสินค้า, และงานบริการต่างๆ ในสำนักงาน ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 12,000 กว่าคน และบริษัทฯ กำลังขยายงานต้องการรับสมัครบุคลากรเข้าทำงานในตำแหน่งดังต่อไปนี้





E-Learning Development and Implementation Specialist ของธนาคารกสิกรไทย

24 10 2009

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=27255&poid=370&bpage=1&key=&sum=171

24 Oct 09

Job Descriptions and Responsibilities

พัฒนาหลักสูตรในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายและอย่างมีประสิทธิภาพ
ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกองค์กร เพื่อการพัฒนาหลักสูตรต่างๆในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ
บริหารและจัดการหลักสูตรที่เปิดใช้งานบนระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้สมบูรณ์และพร้อมใช้งานได้อยู่เสมอ
วิเคราะห์นำเสนอวิธีการป้องกันหรือแก้ไขข้อผิดพลาดเพื่อให้การใช้ระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคุมการผลิตหลักสูตรในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ธนาคารกำหนด
ดำเนินการบริหารและจัดการฐานข้อมูล HRDIS และฐานข้อมูลอื่นๆของฝ่ายพท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Qualifications

มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นด้านการบริหารหรือพัฒนาทรัพยากรบุคคล
มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจธนาคาร
มีทักษะพื้นฐานด้านการจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ
มีทักษะพื้นฐานด้านการพัฒนา Web Site
มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน
มีทักษะด้านการสื่อสาร การนำเสนอ และการประสานงานกับหน่วยงาน/บุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กร
มีทัศนคติเชิงบวก มีความมุ่งมั่นกระตือรือร้นในการทำงาน ใฝ่รู้ และมีความรับผิดชอบสูง





Pacific 2000 Recruitment Co., Ltd.

24 10 2009

Pacific 2000 is one of the leading Executive Recruitment Companies in Thailand. We are assisting international companies/ organizations in full-scale Search and Selection of high caliber professionals for a great variety of managerial positions. We are presently seeking a dynamic, self-motivated Candidate with exceptional energy, commitment and vision to a major international company for the following position:

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=28262&poid=924&bpage=6&key=&sum=560





Silom Consulting & Manpower Co., Ltd

24 10 2009

We are Japanese recruitment company that provide recruitment service to factories of industrial estate of whole area in Thailand Bangkok,Samutprakarn,Pathumthani,Ayutthaya,Chonburi,Rayong,Chacheongsao,
Prachinburi,Saraburi) We are looking for skillful candidates and ready to participate with us.

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=38386&poid=42&bpage=5&key=&sum=560





Resource Link Consulting Group

24 10 2009

Resource Link is a Thailand‘s leading Strategic Recruitment Alliance. Over 10 years in the business, we have successfully assisted hundreds of corporate clients mainly in manufacturing, trading and services, in Thailand and South East Asia. We ensure they keep track of strategic resources starting from effective and integrated approached recruitment to developing their human resources.

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=28193&poid=171&bpage=3&key=&sum=560





PA&CA RECRUITMENT CO., LTD.

24 10 2009

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=18077&poid=45&bpage=2&key=&sum=560

PA&CA RECRUITMENT CO., LTD. Was established in 2000 and is independent Japanese company that based its operational and sales structure on its successful. PA&CA was originally established as a company providing permanent recruitment service for Japanese and Thai-Japanese joint ventures companies and has expended to more Thai and International companies.





หน้าที่ของ Human Resource Administrator ที่คุมร้าน KFC

24 10 2009

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=34565&poid=77&cominfo=&package=&page=

Job Descriptions and Responsibilities

Culture: 21 Oct 09

1. Yummy Homey Home (Quarterly)

รวบรวมสรุปรายงานการจัดส่งกิจรรมจาก mail ทุกร้านทั้ง PH + KFC ทั่วประเทศ
สรุปรายชื่อร้านที่จัดส่งรายงาน และแผนงานครบถ้วน เพื่อแจ้งบัญชีในการเบิกจ่ายจากระบบ ARMs
ทำสรุป Report และประชาสัมพันธ์ทางร้านเพื่อให้ร้านตรวจสอบก่อนถึงวันแรกของการเบิกจริงในแต่ละไตรมาส
ทำสรุป Report ส่ง HOD+Director HR เพื่อขออนุมัติรายชื่อร้าน
Update รายชื่อร้านใหม่เข้าระบบไปยังฝ่ายบัญชี และแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนวันที่ 15 ของทุกเดือนเพื่อเพิ่มรายชื่อที่มีสิทธิ์เบิกงบประมาณ
2. Birthday gift

ในแต่ละเดือนจัดทำสรุปรายชื่อพนักงาน Full time ที่ได้รับของขวัญในแต่ละเดือน และแยกรายละเอียดการส่งเป็น File ย่อยของแต่ละวิธีการส่ง เช่น RSC, IDS, By hand ร้าน และ ประชาสัมพันธ์ไปยังร้าน และแจ้งการจัดส่งไปยัง SCM ทุกกลางเดือน
3. Customer mania gift จาก Recognition card

ประชาสัมพันธ์ RSC + Rest.ทุกเดือน และจัดส่งของ + Card ทุกวันพฤหัสบดี
สรุปการตัดยอด เช็ค Stock
4. การจัดส่งของ Customer mania สำหรับพนักงานที่ร้านทำความดี แล้วได้รับความชื่นชม เดือนละ 2 ครั้ง กลางเดือน และปลายเดือน

5. HR Space เตรียมการจัดทำ Ad mail เดือนละครั้ง เพื่อส่งออกก่อนวันที่ 20 ของทุกเดือน

6. Best suggestion Award

จัดทำสรุปเนื้อหาคำแนะนำลงใน Power Point ทุกเดือนประมาณวันที่ 20 ของทุกเดือน เพื่อนำเสนอ Excom
จัดส่งของรางวัลแทนคำขอบคุณทุกคำแนะนำทุกเดือน
7. จัดเตรียม PR Ad ต่าง ๆ เช่นงาน Event & Activities ต่าง ๆ Yindee preeda, Customer maniac, staff night, Religious rite ฯลฯ

8. ถ่ายภาพงาน Event ทุก Event และจัดทำเดินเรื่องด้วยภาพจัดทำ Photo shop Poster ด้วยการอัดภาพ ติดบอร์ด HR พร้อมจัดเก็บภาพ Event ทุก Event

9. จัดทำ PR announcement ภาพ + เนื้อหา ทุก event หลังเสร็จสิ้นงานทุกครั้ง

10. Culture champion – All admin jobs for the program.

11. General admin/ ad-hoc jobs e.g. meeting room reservation/ preparation, ad-hoc jobs arrangement as requested by HRM Manager.

HRD:

1. Class preparation inside and outside (Depend on training date around 3-4 classes/month)

Place
Document
Equipment
Hand out
Technical control
After class admin
2. Coaching assessment for YUM III before class start 1 week (6 classes / year)

3. Training Evaluation (ทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน)

4. Training record in HRII (ทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน)

บันทึกการอบรมลงใน External+Internal+InStore training ลงในระบบ HRII
Export training record report as per other customer request.
5. LMS (ทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน)

6. Updateรายชื่อและรายละเอียดต่าง ๆ ของพนักงานรวมทั้งข้อมูลการอบรมใน Learning Zone

7.Tax reimbursement document (ทุกสัปดาห์สุดท้ายของเดือน)

จัดทำเอกสารสรุปรายชื่อพนักงานที่เข้าอบรมในแต่ละเดือนและเพื่อส่งกรมพัฒน์
External+Internal+InStore training
8. E-telligent corner

Update ข้อมูลลงในระบบ E-telligent corner (ประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน)
บริการยืม-คืน หนังสือในระบบ (ทุกวันศุกร์บ่ายเป็นต้นไป)
9. VOC Logistic process (ปลายเดือน พ.ย. และกลาง ก.พ.)

10. External training process

ติดต่อประสานงานกับสถาบันต่าง ๆ ในการสมัคร รวมทั้งแจ้งให้ผู้เข้าอบรมทราบ
11. Room booking, tying and formatting for K.Aim-on as needed

Qualifications
Male, age not over 34 with bachelor degree in any field.
Some experience in organizing events/ activities would be advantage.
Good computer knowledge of MS. Word, Excel, Power point and Photo shop is a plus.
Creative thinking, Strong service minded, hard working, adaptable and flexibility.
Ability to maintain high level of attentiveness and willing to do multi tasks.





P.R. Recruitment and Business Management Co., Ltd

24 10 2009

PRTR MASS RECRUIT was established in August 2007 and is part of PRTR Recruitment and Outsourcing, which was established in 1990 and is one Thailand’s leading firms providing recruitment and outsourcing services in Bangkok, Thailand. PRTR MASS RECRUIT is part of a group of companies that is recognized as one of Thailand’s most successful independent recruitment, human resource outsourcing, payroll outsourcing, staff outsourcing, sales force outsourcing and business process outsourcing organizations, As you will read within this site, we are very proud of our achievements and very confident in our ability to outshine our competitors. Typically, our customer solutions are based on combining our services to create unique solutions which focus on providing sustainable and achievable commercial improvements to our client companies and focus on PRTR MASS RECRUIT’s project management ability. PRTR MASS RECRUIT has the firm commitment to take responsibility for its actions and to optimize the value we add to our clients, which in turn ensures PRTR MASS RECRUIT keeps customers and that we maximize our profit margin.

http://nationejobs.com/fulltime/displayposition_thai.php?comid=39120&poid=80&bpage=1&key=&sum=560





กะทิถั่วเหลืองเพื่อคนเป็นโรคเบาหวาน

24 10 2009

http://www.hitap.net/backoffice/news/news_display2.php?id=27298

21 ตุลาคม 2552

Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/science/20091020/82581/กะทิถั่วเหลืองไร้ไขมัน-ศัตรูวัยทอง.html

กะทิจากถั่วเหลือง ส่วนผสมในอาหารหวาน-คาวเลียนแบบกะทิมะพร้าว “เจ้าคุณทหารลาดกระบัง” เอาใจผู้ที่ต้องเฝ้าระวังเบาหวาน – หัวใจ

น.ส.จิราภรณ์ สิริสัณห์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึง ผลงานวิจัย “กะทิถั่วเหลือง” ว่า เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องเฝ้าระวังภาวะน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง

ทีมวิจัยทดลองปรุงเมนูแกงเขียวหวานและกล้วยบวชชีด้วยกะทิถั่วเหลืองต้นแบบ พบว่ารสชาติและกลิ่นน้ำแกงเขียวหวานอยู่ในเกณฑ์รับได้ ส่วนเมนูกล้วยบวชชียังต้องพัฒนาสูตรกะทิถั่วเหลือง เพื่อลดกลิ่นถั่วในกะทิ ทั้งยังต้องศึกษาเพิ่มเพื่อหาปริมาณคุณค่าทางอาหารต่อหน่วยบริโภค อายุการเก็บรักษาหลังแปรรูป ด้วยกระบวนการพาสเจอร์ไลซ์

“การแปรรูปถั่วเหลืองเป็นกะทิ ขณะนี้ อยู่ในระดับห้องปฏิบัติการ คาดจะแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี เมื่อได้สูตรกะทิที่คงที่แล้ว จะทดสอบปรุงเป็นอาหารที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนผสม และทดสอบทางประสาทสัมผัสในกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อให้ได้รสชาติและรูปแบบผลิตภัณฑ์ ที่ตรงตามความต้องการใช้งานจริงมากที่สุด” นักวิจัยกล่าว

ทั้งนี้ ถั่วเหลืองมีคุณค่าต่อร่างกาย ให้โปรตีน 3.6% คาร์โบไฮเดรต 2.9% มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย 2% ปราศจากคอเลสเตอรอล และยังพบสารไอโซฟลาโวนในกลุ่มไฟโตเคมิคอล (Phytochemical) ที่ป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และอาการผิดปกติในหญิงวัยหมดประจำเดือน

งานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากงบประมาณแผ่นดิน โดยมี ดร.ยุพร พืชกมุทร อาจารย์สาขาอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร และ น.ส.น้ำทิพย์ ตาทิพย์ นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร ร่วมทีมวิจัย เป้าหมายสุดท้ายเพื่อพัฒนากะทิถั่วเหลืองสำเร็จรูปพาสเจอร์ไลซ์ ที่เป็นทางเลือกให้กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่สามารถกินกะทิมะพร้าว หรือต้องควบคุมปริมาณการกินอาหารที่มีส่วนผสมจากกะทิ

ส่วนกระบวนการแปรรูปกะทิจากถั่วเหลือง หากประเมินความเป็นไปได้ทางการตลาดว่ามีโอกาสสูง ทีมวิจัยจะพัฒนาเครื่องต้นแบบรองรับการผลิตระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ทางเลือกออกสู่ตลาดต่อไป





รายชื่อเว็บ social network จาก add this

21 10 2009

Fabulously40
favoritus
fnews
forgetfoo
folkd
fresqui
funP
Gabbr
Gacetilla
GlobalGrind
Gravee
Grumper
Haber.gen.tr
Hadash Hot
Hatena
HelloTxt
HEMiDEMi
Hipstr
Hotklix
Hyves
Ident.ca
Jumptags
InveStorLinks
Kaboodle
KiRTSy
Kledy
Link Ninja
Link-a-GoGo
Lunch.com
Lynki
Mindbodygreen
My NASA
Mylinkvault
N4G
NetLog
NewTrust
Nujii
OKNOtizie
Onview
Oyyla
PimpThisBlog
Ping.fm
planypus
Plurk
Polladium
Posterous
Propeller
Pusha
Segnalo
She Told Me
Smak News
SodaHead
Sphinn
Sonico
Squidoo
Strands
studiVZ
stumpedia
Stylehive
Svejo
Symbaloo
Tagza
Technet
Yorumcuyum
Yigg
Viadeo
Yardbarker
Virb
Worio
Wovre
Wykop
Yammer
YouMob





การเมืองแบบไทยโดยสรุป โดย รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ วิชาป.โท

21 10 2009

ติดต่ออาจารย์ได้ที่ mektrairat@yahoo.com

Semi-democracy 2475-2500
Thai style democracy 2501-2516
Power-sharing democracy 2517-2543
Powerful Prime Ministerial democracy 2544-2549
Power-sharing democracy with RECHTSTAAT [นิติรัฐ]





การทำยอดของ AACP เพื่อให้ได้ไปเที่ยวนอก

21 10 2009

สยามธุรกิจ 17-20 ต.ค.2552

คุณวุฒิ Chaiman Club ไป นอร์เวย์+สวีเดน
พนง.ต้องมีผลงาน PC 3 ล้านขึ้น
ระดับ AL คือ ผู้บริหารตัวแทน ต้อง 9 ล้าน
ระดับ ผู้บริหารฝ่ายขาย GMAVP ต้อง 27 ล้าน

คุณวุฒิ President Club
พนง. 2 ล้าน
AL 6 ล้าน
GMAVP 18 ล้าน

คุณวุฒิ CAO Club
ตัวแทน 6 แสน
AL 1.8 ล้าน
GMAVP 5.4 ล้าน





Vocabs in Kant’s text

21 10 2009

Mannerism คำที่ใช้จนเคยชิน

elicit ล้วงเอาความจริง

render แสดง ตอบ คืน แปล

gist หัวใจ

censure ตำหนิ ด่า

enquiry การค้นคว้า

venture เสี่ยง

assert เสี่ยง

senseless เป็นไปไม่ได้

antecedent พงศาวดาร

succinct รวบรัดตัดความ ย่อ สรุป

purport มีนัยยะ ใจความ ข้อความ ชวนให้เข้าใจ อ้างว่า

uncontaminate ไม่ปนเปื้อน บริสุทธิ์

axiom ความจริงที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์

intellectual construct สิ่งที่เราคิดขึ้นมาเอง

spurious ปลอม หลอกลวง มารยา

intolerable เหลือทน

indelible ลบไม่ออก

bristle เต็มไปด้วยอุปสรรค





คมความคิดของปลัดกท.อุตสาหกรรม

21 10 2009

มติชน 4 ต.ค.2552 หน้า 18

วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกท.อุตสาหกรรม

ที่อเมริกาจะให้เรียนวิชากฎหมายเป็นวิชาสุดท้ายเพราะต้องทำงานมีประสบการณ์ก่อน

….แล้วผมคิดว่าหนังสือเล่มหนึ่งๆถ้าเจอสักย่อหน้าหนึ่งที่โดน ก็เปลี่ยนชีวิตเราได้

…..ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนที่ได้ดีไซเนอร์ที่ 1 ของโลกคือคนไทย ถ้าคนที่ไม่อยู่ในวงการแฟชั่นไม่รู้หรอก

เพราะคนไทยเราถ้าดูเป็นคนๆ เราเก่งจริงๆ ได้รางวัลระดับโลกมากมาย

ดูอย่างคนญี่ปุ่นที่มาเมืองไทย เมื่อเทียบกับคนทั่วโลก เขาชอบคนงานคนไทยมาก สอนง่ายเป็นเร็ว แต่เสียตรงที่ทำงานด้วยอารมณ์มากกว่าด้วยกฎเกณฑ์

คือคนไทยเราไม่เคยให้เครดิตกันเลย

บ้านเราไปไม่รอดเพราะเราไม่เคารพมันสมองของคน

เราไม่เปิดช่องให้คนที่คิดเป็นคิดเก่งโตได้





การเปิดเสรีอาฟต้า

21 10 2009

เปิดใน 1 ม.ค.2552

พวกเปิดก่อน คือ 6 ประเทศ ไทย มาเลย์ อินโด ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน

อีก 4 พวกตามหลังมาตอน 1 ม.ค.2558 คือ ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม





โรงงานผลิตขวดแก้วในไทย

21 10 2009

1.บางกอกกล๊าส ในเครือบุญรอด
2.ไทยกล๊าส ในเครือไทยเบฟ
3.สยามกล๊าส ในเครือโอสถสภา

ขวด 1 ใบนำมารีไซเคิลได้ 30 ครั้ง





ควรกำหนดแบบนี้ในรธน.

21 10 2009

เนชั่นสุดสัปดาห์ หน้าปก มะเร็งออนไลน์

กำหนดให้ตั้งพรรคการเมืองยาก คือ ห้ามส.ส.สักดัดพรรคเกิน 3 พรรค
ต้องไม่เคยลงนามก่อตั้งพรรคการเมืองมาก่อน





สาระเรื่องโลกาภิวัตน์ Po.320 รศ.ดร.พิษณุ

21 10 2009

ชีส โลกาภิวตน์ การเรียกร้องให้รัฐกลับมาช่วยสังคมอีกครั้ง

โลกาภิวัตน์ คือ
1.การเคลื่อนย้ายทุน+การโยกย้ายระบบการผลิตไปตามภูมิภาคของโลกที่ไร้พรมแดน

2.บทบาทของรัฐน้อยลง โดยมีบรรษัทลงทุนข้ามชาติแทนที่

3.กลุ่มการค้า

4.หลายขั้วอำนาจ

การก้าวสู่ความทันสมัยส่วนใหญ่แล้ว คือ การเลียนแบบอย่างตะวันตก

โลกภิวัตน์ไม่ได้มีหลักการใดๆทั้งสิ้น

สื่อผลิตรายการบันเทิงเป็นสูตรสำเร็จ คือ Sex,Action,Violence

ตลาดเงินมีปรัชญาที่ต่อต้านรัฐ แต่มักจะวิ่งเข้าหารัฐเป็นที่พึ่งทุกครั้งที่ตนสร้างปัญหาขึ้นมา

การเพิ่มอำนาจซื้อของประชาชนย คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ระบบทุนนิยมโลกไม่คำนึงถึงเรื่องนี้

ระบบทุนนิยมปลูกฝังค่านิยมเน้นผลประโยชน์ส่วนบุคคลมากกว่าส่วนรวม ส่งเสริมการบริโภคที่ไร้ขอบเขต

เศรษฐกิจแนวเสรีนิยมเอื้อประโยชน์ต่อทุนขนาดใหญ่ พร้อมกับการทำลายทุนขนาดเล็กไปพร้อมกัน





สาระเรื่องโลกาภิวัตน์ Po.320 รศ.ดร.พิษณุ

21 10 2009




ไฟไหม้โรงอาหารกลาง

21 10 2009

26 ก.ย.2552
ไฟไหม้จากร้าน BKK Grill ที่เพดานแล้วลามไปตามโฟมบนเพดานไปตรงกลางจนดำปี๋ ต้องยกโต๊ะกินข้าวออกมาข้างนอกให้กินไปพลางๆก่อน

21 ต.ค.2552 ยังไม่ได้แก้ไขโรงอาหารใดๆเลย แย่มาก





ความหมายของตัวย่อ พระอภิธรรม 7 คัมภีร์

21 10 2009

มติชน 27 ก.ย.2552

เสฐียรพงษ์ วรรณปก

พระพุทธจริยาวัตร 60 ปาง ปางซุ้มเรือนแก้ว

สัง-สังคณี(ประมวลธรมเป็นชุดๆ)
วิ-วิภังค์(จำแนกธรมที่ประมวลโดยพิสดาร)
ธา-ธาตุกถา(แจงขันธ์ ธาตุ อาตยนะ ว่าแต่ละอย่างเข้ากันได้หรือไม่อย่างไร)
ปุ-ปุคคลบัญญัติ(เรียกคนตามคุณธรรมและเหตุที่ได้เรียกเช่นนั้น เช่น คุณธรรมอะไรให้เป็นพระโสดาบัน)
ก-กถาวัตถุ(แจงว่าทฤษฎีอย่างไหนถูกต้องตามหลักเถรวาท)
ย-ยมก(ถามตอบปัญหา)
ป-ปัฎฐาน(แจงปัจจัยหรือเงื่อนไขทางธรมว่ามีอะไรบ้าง)





Amazon มีสินค้าของตัวเองแล้ว

21 10 2009

ออกในชื่อ AmazonBasics ขายแผ่นดีวีดี สายเคเบิล สายแลน





จับพวกโปรแกรมเถื่อน

21 10 2009

กิจการรุ่งแน่ ตั้งทีมจับพวกขายโปรแกรมเถื่อนทั่วประเทศ ถ่ายภาพ สาวไปยังแหล่งลึกๆ ควรยัดบริการนี้ในบริษัมยามหรือตั้งแยกก็ดี





ทุนใน ทุนนอกฮุบที่นา

21 10 2009

ไทยโพสต์ 27 ก.ย.2552 หน้า 4

ภัยเงียบเขย่าความมั่นคงทางอาหารของไทย

มีคนขายที่นาไปถึง 700 ไร่

พันธุ์ข้าวที่รัฐแนะนำต้องใช้ปุ๋ยเยอะมาก แต่ถ้าหันมาทำเกษตรอินทรีย์ใช้เงินแค่ 2 พันเท่านั้น

ต้องเก็บภาษีสารเคมีการเกษตร





ความจริงของวงการขีดเขียนในไทย

21 10 2009

สาระจาก เนชั่นสุดสัปดาห์ 18 ก.ย.2552 ฉบับที่ 903 หน้า 53

สิงห์สนามหลวง ใน ไส้เปียก ไส้แห้ง ไส้แดง ไส้เหลือง

การอ่านในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานะบางอย่างในห้องรับแขกมากกว่าเป็นลมหายใจแห่งชีวิต

…คือผมรู้สึกว่าประเทศนี้ไม่ค่อยมีรสนิยมเชิงคุณภาพมากนักกับคำว่าหนังสือและนักเขียน

เมื่อเอ่ยถึงคำว่าศิลปวัฒนธรรมจึงต้องมีคำว่า บันเทิง มาขยายหรือมิเช่นนั้น ก็จะต้องห้อยไปพร้อมกัน เช่น ศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง

…..ตัวอย่างง่ายๆของหล่มดังกล่าวก็คือ พวกเขามักจะชื่นชอบอะไรๆที่เรียกกันว่านักร้องหรือนักแสดง มากกว่านักเขียนหรือนักประพันธ์

ผมไม่เคยเห็นนักเขียนในประเทศนี้รวมตัวกันได้สำเร็จเพื่อจุดมุ่งหมายอะไรบางอย่างร่วมกัน





พ.ร.บ.การพนัน 2547

21 10 2009

ประกอบด้วย ระเบียบกท.มหาดไทยว่าด้วยการพนันไก่ชนและกัดปลา พ.ศ.2552
มี คณะกรรมการ 7 คน มี ราชการ 4 คน
ประชาชน 3 คน

ให้เล่นเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เดือนนึงไม่เกิน 5 วัน





ระเบิดแบบใหม่ของมะกัน

21 10 2009

จากไทยโพสต์ ต.ค.2552

ระเบิดเจาะบังเกอร์ใต้ดิน

MOP – Massive Ordnance Penetration





มหาลัยบริหารธุรกิจในต่างประเทศที่น่าสนใจ

21 10 2009

Philipines Women’s University

Thunderbird Sam Garvin School of International Management U.S.A.

Maastricht school of Management Netherland

California school of international management USA

Australian Business Academy

New school of social research USA

Thailand Institute of Director

Galilee College Israel





ป.โท เอกการจัดการความรู้ ในไทย 2009

21 10 2009

ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการความรู้

M.Sc.[ Knowledge Management ]

เรียนแบบทวิภาค มี 2 ภาคปกติ คือ ภาคต้น+ภาคปลาย

แต่ละภาคเรียน 16 สัปดาห์
ภาคฤดูร้อน 8 สัปดาห์





เว็บความรู้ไอทีของปี 2009 จากนิตยสาร E-commerce

21 10 2009

http://c4zone.com/index.php?option=com_content&task=blogsection&id=34&Itemid=230

Us CIO16 & C4Zone

เป็นกลุ่มผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือ Chief Information Office :CIO ของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ ที่เป็นหลักสูตรภาคบังคับ ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมี สำนักงาน ก.พ. และ เนคเทค เป็นผู้รับผิดชอบหลักสูตรที่จัดกันมาจนถึงปัจจุบันก็ 21 รุ่นแล้ว แต่ละรุ่นก็มีกิจกรรมภายในกลุ่มกันเอง เป็นระยะ จะพิเศษหน่อยตรงที่ รุ่นที่ 16 เอง ยังเหนียวแน่น และมีโอกาสสร้างกิจกรรมสังคมสู่สังคมวงกว้างมากกว่ารุ่นอื่น ซึ่งอาจเป็นไปได้ ถ้าหากเจาะเข้าไปดูสมาชิกรายตัวของกลุ่มท่านผู้อ่านหลายท่านก็อาจถึงบางอ้อได้ว่าแต่ละท่านที่ทำงานด้านไอทีและจับพลัดจับพลูมาอยู่กลุ่มเดียวกันได้ ความแปลกใจก็จะมลายหายไป ลองเอ่ยชื่อแต่ละท่าน เช่น คุณไชยเจริญ อติแพทย์ จาก PTT ICT Solutions / บมจ. ปตท. และเป็นประธานกลุ่ม CIO16 ดร.ฉิม ตันติยาสวัสดิกุล จาก ธปท. พ.ต.อ. ญาณพล ยั่งยืน จาก DSI ท่านธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ จาก ธกส. ท่านรองปลัดฯ อังศุมาล ศุนาลัย จากกระทรวงไอซีที ดร.ปัทมาพร เย็นบำรุง จาก มสธ. และอาจารย์กำพล ศรธนะรัตน์ จากสำนักงาน ก.ล.ต. จากรายชื่อที่เอ่ยมาพอจะการันตีคุณภาพผลงานด้านไอทีในอดีตของแต่ละท่านได้ดีทีเดียว รวมแล้ว CIO 16 มีด้วยกันถึง 44 ชีวิตทีเดียว

ประธาน CIO16

คุณไชยเจริญ อติแพทย์ chaicharearn.a [at] pttict [dot] com

สำนักงานเ ลขานุการ ประธาน CIO16

คุณสุมาลี ธรรมสโ รช , บจก. PTT ICT Solutions, sumalee.d [at] pttict [dot] com

กรรมการเลขานุการ

อ. ปัทมาพร เำย็นบำรุง laasypat [at] stou [dot] ac [dot] th
กรรมการวิชาการ

อ. กำพล ศรธนะรัตน์ kumpol[at] sec [dot] or [dot] th
โดยทางกลุ่ม CIO16 และทีมงานของ C4Zone ได้จัดทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆของกลุ่ม CIO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจและคลุกคลีอยู่ในแวดวงไอซีทีด้วยเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ หากท่าน CIO, ผู้บริหารไอซีที มีคำแนะนำ หรือข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับกลุ่ม CIO16 หรือเว็บไซต์ สามารถอีเมล์มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ cio@sec.or.thThis e-mail address is being protected from spam bots, you need JavaScript enabled to view it , pornprom@nectec.or.thThis e-mail address is being protected from spam bots, you need JavaScript enabled to view it รวมถึงทางทีมงานผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ c4zone@tagc.co.thThis e-mail address is being protected from spam bots, you need JavaScript enabled to view it , parnsak@tagc.co.thThis e-mail address is being protected from spam bots, you need JavaScript enabled to view it





สาระจาก PY.211 จิตวิทยาทั่วไป อ.นพมาศ

21 10 2009

มุมมองของ Humanistic/Existentialism

ค่านิยมดังกล่าวมีรากฐานมาจากชีวภาพของคน ซึ่งจะทำให้ตัดสินเรื่องศีลธรรมได้โดยมองลึกเข้าไปในตัวคนแทนที่จะอาศัยการตัดสินของสังคม

โลกของฟรอยด์นั้นเป็นโลกของคนเป็นโรคประสาท

ผู้บรรลุศักยภาพไม่ค่อยยอมให้วัฒนธรรมครอบงำ





องค์การมหาชนที่เจอในวารสาร กฎหมายใหม่

21 10 2009

22 มิ.ย.2552

หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน)

สำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกีรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู๋หัว(องค์การมหาชน)

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน)





Wikkipedia Screen Saver ขึ้นฉากหลังด้วยบทความจากในวิกิ

21 10 2009

http://www.rectanglered.com/screensaver.php

The Wikipedia screensaver loads random pages from Wikipedia every 30 seconds or so. Features include:
Configurable time delay between each page load
Can automatically kill IE and Firefox browsers on activation
Can be configured to kill any other program on activation
Blanks the screen completely after a configurable time

——————————————
http://download.cnet.com/Wikipedia-Screensaver/3000-2257_4-10663399.html
Wikipedia Screensaver 0.1





ชุดทดสอบยาฆ่าแมลงในผักผลไม้

20 10 2009

19 ตุลาคม 2552

http://www.hitap.net/backoffice/news/news_display2.php?id=27274

Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/innovation/20091018/82036/ชุดทดสอบยาฆ่าแมลงในผักผลไม้.html

ชุดทดสอบยาฆ่าแมลงผลงานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจหายาฆ่าแมลงตกค้างในผัก ผลไม้และธัญพืช ใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว เหมาะเป็นเครื่องมือประจำครัว

กระทรวงสาธารณสุขเผยผลตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมในกลุ่มเกษตรกรไทย 4 ภาค พบเกษตรกรไทยที่ใช้ยาฆ่าแมลง เสี่ยงเกิดความเสียหายระดับดีเอ็นเอ (DNA) ภายในเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

พร้อมพัฒนาชุดทดสอบเบื้องต้นแยกสารเคมีกำจัดแมลง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต กลุ่มไพเรทรอยด์ และกลุ่มออร์กาโนคลอรีนในผัก ผลไม้ และธัญพืช ซึ่งเป็นชุดทดสอบที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว ให้ผลถูกต้อง พกพาใช้งานในภาคสนามได้ เพื่อให้ชุมชุนและผู้ประกอบการใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจเฝ้าระวังความปลอดภัยของผักผลไม้และธัญพืชที่วางจำหน่ายในชุมชนเป็นการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยส่วนใหญ่เลือกใช้สารเคมีกำจัดแมลง เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ลดการใช้แรงงานและระยะเวลา

สารสารเคมีกำจัดแมลงทำให้เกิดการตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม และยังส่งผลต่อสุขภาพ และหากได้รับเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดพิษเรื้อรัง เช่น พิษต่อระบบประสาท พิษต่อทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งมีผลต่อสารพันธุกรรมในเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

กระทรวงสาธารณสุขจึงมีความห่วงใยในสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะอันตรายที่เกิดจากการสารเคมีกำจัดแมลง จึงได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาชุดทดสอบสารเคมีกำจัดแมลง 4 กลุ่มในผัก ผลไม้และธัญพืช ซึ่งเป็นชุดทดสอบที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว ได้ผลถูกต้อง สะดวกต่อการพกพาใช้งานภาคสนามได้

นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำโครงการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกรใน 4 ภาค ที่ได้รับสัมผัสสารเคมีกำจัดแมลง จำนวน 1,217 คน ช่วงอายุ 18-65 ปี แบ่งเป็น เกษตรกรไทยที่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง จำนวน 734 คน และกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลงหรือเกษตรอินทรีย์ที่เคยใช้แล้วหยุดใช้สารเคมีกำจัดแมลงมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จำนวน 483 คน

รายงานผลการตรวจเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพิษทางพันธุกรรมภายในเซลล์ โดยตรวจความถี่ในการเกิดไมโครนิวเคลียส เพื่อดูความเสียหายระดับดีเอ็นเอ (DNA) ของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว จำนวน 295 และ 211 คน ตามลำดับ

พบว่าทั้งสองกลุ่มมีจำนวนความเสียหายระดับดีเอ็นเอภายในเซลล์เฉลี่ย 4.4 และ 3.9 เซลล์ต่อ 1,000 เซลล์ ตามลำดับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดแมลงมีแนวโน้มที่พบความเสียหายระดับดีเอ็นเอมากกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง จึงอาจเกี่ยวข้องกับความเป็นพิษทางพันธุกรรมและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

สำหรับชุดทดสอบยาฆ่าแมลงที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาขึ้นมีทั้งหมด 4 ชุด ใช้ตรวจคัดกรองหาสารเคมีกำจัดแมลงได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) 2.กลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate) 3.กลุ่มไพเรทรอยด์ (Pyrethroid)และ4.กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine) ในผัก ผลไม้ และธัญพืช

ชุดทดสอบดังกล่าวใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว ได้ผลถูกต้องกว่าร้อยละ 90 ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากแก่ อสม. ชุมชุน ตลาดสด โรงเรียน โรงงาน ห้องปฏิบัติการด่านตรวจสินค้านำเข้า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารเคมีกำจัดแมลงที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งเป็นการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน





มทร.ธัญบุรี-ผลิต กระดูกเทียมจากพลาสติก

20 10 2009

20 ตุลาคม 2552

Link : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXhNREl3TVRBMU1nPT0=&sectionid=TURNeE5RPT0=&day=TWpBd09TMHhNQzB5TUE9PQ==

เคาะประตูแคมปัสวันนี้จะพาไปรู้จักผศ.สมหมาย ผิวสะอาด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (มทร.ธัญบุรี) ที่ใช้กระดูกเทียมฝังเข้าไปในร่างกาย โดยผศ.สมหมาย กล่าวว่า โดยปกติ กระดูกเทียมที่ฝังเข้าไปในร่างกายจะต้องถูกผ่าออกเมื่อกระดูกจริงงอกขึ้นมาใหม่ซึ่งคนไข้ต้องผ่าตัดหลายครั้ง แต่สำหรับกระดูกเทียมที่ย่อยสลายได้จะช่วยลดขั้นตอนการรักษา เพราะแพทย์จะผ่าตัดใส่กระดูกเทียมเพียงครั้งเดียว จากนั้นกระดูกเทียมจะค่อยๆ ย่อยสลายในร่างกายพร้อมๆ กับเซลล์กระดูกใหม่งอกขึ้นมาแทนกระดูกเทียมในที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ระหว่างการหาทีมแพทย์ที่สนใจนำผลงานไปศึกษาและทดสอบเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“กระดูกเทียมจากพลาสติกชีวภาพเป็น การสังเคราะห์พลาสติกพอลิแล็กติกแอซิด (PLA)และไฮดรอกซี่อะพาไทท์(HAP) ด้วย กระบวนการไฮโดรเทอร์มอล ซึ่งได้คุณสมบัติเป็นที่น่าพอใจ พลาสติกที่ได้ คือสามารถรับน้ำหนักได้ดี ย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ในร่างกายโดยไม่มีการต่อต้านใดๆ ในร่างกาย” อัตราส่วนผสมการขึ้นรูประหว่าง HAP:PLA ที่เหมาะสมคือ 40:60 ซึ่งมีความทนทาน รับน้ำหนักได้ดี ทั้งนี้ ในส่วนผสมดังกล่าวจะไม่ละลายในตัวทำละลาย ข้อดีคือ ในกระบวนการขึ้นรูปกระดูกเทียมเราจึงใช้วิธีการขึ้นรูปเชิงกล ซึ่งนอก จากรับน้ำหนักได้ดี ได้มาตรฐานเชิงพลาสติกแล้ว ยังไม่มีสารตกค้างอีกด้วย”

ผศ.สมหมาย กล่าวอีกว่า โครงการนี้ได้รับทุนวิจัยจากสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปี 2551 ซึ่งทีมวิจัยไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ เพราะเราได้มีโครงการวิจัยและพัฒนาต่อยอดด้านการขึ้นรูป เพื่อให้ได้กระดูกเทียมพลาสติกที่มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานสูงสุด





Mahou no Iroha ผลงานคนวาด มือขวากับขาโจ๋

19 10 2009

http://www.onemanga.com/Mahou_no_Iroha/

Summary
Not particularly good at sports, not very popular, and not very good at school, Naoki’s middle school years are filled with video games and erotic books. But one day, a cute girl called Iroha appears, claiming to be his daughter from 20 years in the future. Apparently, in the future magic has been discovered, and she has come back in time by magic to protect her beloved papa from a dark future.

ตอนนี้ยังมีแค่ ตอนที่ 1





Former PM Koizumi…the Voice Actor?

19 10 2009

http://www.theotaku.com/news/view/1025/former_pm_koizumi…the_voice_actor?/

12 Oct 2009

According to reports, former Japanese Prime Minister Junichirou Koizumi is breaking his gums on the acting scene. Japan’s Lion of Government will be voicing the Ultraman King in the new Ultraman live-action movie, Giant Monster Battle: Ultra Galactic Legend the Movie. Japan gets to see Koizumi’s acting chops December 12.





Transcendental Logic:Summary of Emmanuel Kant

13 10 2009

Sensibility have

Space
– outer sense
– co-existence
– mediate

Time
– inner sense
– succession
– immediate





คำตอบในรายงานปลายภาค 1/2552 วิชา PH.424 The Great Philosophers

13 10 2009

วิชา PH.424 อ.ธีรพจน์ สอน ค้านท์ คนเดียวทั้งเทอมเลย

Q: Inner-sense ต่างจาก outer-sense อย่างไร?

inner sense นั้นก็คือ time (เวลา หมายถึง ความนาน ความเร็ว ของระยะเวลาทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตที่เรารู้สึก) เรียกอีกแบบได้ว่า Pure form of succession คือ สิ่งที่เกิดอย่างต่อเนื่องในเวลาที่เราเปลี่ยนอารมณ์หรือความคิด และเป็น pure formal intuition ที่เป็นตาข้างในที่คอยกำกับตาข้างนอก

Outer sense คือ space ซึ่งก็คือ pure form of intuition เป็นโครงสร้างข้างนอกที่อยากให้เข้ากันกับข้างใน ที่ซึ่งทุกอย่างใน space เกิดขึ้นพร้อมๆกันในห้องหนึ่งๆโดยอาศัย conciousness

ทั้งนี้ การจะระบุประสบการณ์ได้นั้นจะต้องลงเวลากำกับไว้ด้วย ทำให้ในการพิจารณา time จะมาก่อน space เสมอ โดย space เป็นเพียงตัวเชื่อมของ pure sensibility

ดังนั้น inner sense จึงแตกต่างจาก outer sense ตรงที่ time นั้นเกิดขึ้นทันทีแบบต่อเนื่อง ขณะที่ space นั้นเกิดขึ้นพร้อมกันคราวละมากๆและจำเป็นต้องให้ time เกิดขึ้นก่อนจึงค่อยเกิดขึ้นตามมาภายหลังได้





รายชื่อหนังสือของ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ในห้องสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ.ศูนย์รังสิต

13 10 2009

1. ความรุนแรงกับการจัดการ “ความจริง” :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2551.

Call No.: HN700.55.ป6 ช64

2. แผ่นดินจินตนาการ :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : มติชน, 2551.

Call No.: HN700.55.ก926 ผ836

3. อารยะขัดขืน.

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, สมบัติ จันทรวงศ์., ธอโร, เฮนรี่ เดวิด

Publisher: กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2549.

Call No.: JC328.3 .อ644

4. อาวุธมีชีวิต? :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน, 2549.

Call No.: HM1116 .ช64 2549

5. ถึงเว้นไม่เห็นวรรค

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : สารคดี, 2547.

Call No.: รส .ช6154ถ625

6. ราวกับมีคำตอบ

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : สารคดี, 2547.

Call No.: PL4209.ช64 ร65 2547

7. อารยะขัดขืนกับสังคมไทย

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา.

Publisher: [กรุงเทพฯ] : โครงการ, 2546.

Call No.: VTG .ช6244อ64

8. อาวุธมีชีวิต? :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์,

Publisher: กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน, 2546.

Call No.: HM1116 .ช64

9. ท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย

by ประสาท มีแต้ม., ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-, วัลย์วิภา บุรุษรัตนพันธ์ุ, ม.ล., 2495-, วสันต์ พานิช., มหาวิ

Publisher: [กรุงเทพฯ] : ศูนย์บริการสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2545.

Call No.: VTG .ป482ท52

10. อุปลักษณ์สุขภาพ-สันติภาพเชิงวิพากษ์ =

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, [2545]

Call No.: DOC .ช634อ73

11. อนาคตบัณฑิตรัฐศาสตร์

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: [กรุงเทพฯ] : คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2544.

Call No.: VTG .อ363

12. คำสั่ง 66/43? :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-, การประชุมวิชาการเรื่องการเมืองการบริหารและการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยต้นศตวร

Publisher: [กรุงเทพฯ] : สถาบันยุทธศาสตร์ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, 2543.

Call No.: DOC .ช634ค74

13. อภัยวิถี :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: [กรุงเทพฯ] : คณะกรรมการดำเนินงานฉลอง 100 ปี ชาตกาล นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส, 2543.

Call No.: BJ1476 .ช64 2543

14. ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน

by โคเอโย, เปาโล. ค.ศ. 1947-, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: กรุงเทพฯ : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ, 2542.

Call No.: นว .ค92อ64ช64

15. อภัยวิถี :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: [ม.ป.ท. : ม.ป.พ., 2542?]

Call No.: BJ1476 .ช64

16. 100 ปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม 2440-2540

by เสน่ห์ จามริก, 2470-, เกษียร เตชะพีระ., ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์., ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-, ชาญวิทย์ เกษ

Publisher: [กรุงเทพฯ] : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2540.

Call No.: TG .ก126

17. งบประมาณทหารไทย 2525-2534 :

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: กรุงเทพฯ : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ, 2539.

Call No.: UA853.ท9 ช65

18. สันติทฤษฎี\วิถีวัฒนธรรม =

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2539.

Call No.: JX1937 .ช62

19. จินตนาการสู่ปี 2000 :

by ยศ สันตสมบัติ., ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนันสนุนการวิจัย, 2539.

Call No.: DS562.3 .จ66

20. มีกรอบไม่มีเส้น =

by ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, 2498-

Publisher: กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า, 2538.

Call No.: PL4209.ช64 ก16 2538





รายชื่อหนังสือด้าน HR ของคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ในห้องสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. ศูนย์รังสิต

13 10 2009

1. เคล็ด (ไม่) ลับกับการบริหาร ‘ฅ’ คน *อ่านแล้ว*

by ร็อบบิ้นส์, สตีเฟ่น พี., ค.ศ. 1943-, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2552.

Call No.: HF5549.12 .ร5331

2. ขุมทองของผู้นำ =

by แม็กซ์เวลล์, จอห์น ซี., ค.ศ. 1947-, นพดล เวชสวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2551.

Call No.: HD57.7 .ม8156

3. ตามรอยพระยุคลบาท

by ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2550.

Call No.: DS570.3.ภ7 ต644

4. ในหลวงในรอยธรรม :

by ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2550.

Call No.: DS570.3.ภ7 ด36

5. 7 อุปนิสัยสำหรับครอบครัวที่ทรงประสิทธิผลยิ่ง =

by โควี่, สตีเฟน อาร์., ค.ศ. 1932-, นพดล เวชสวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2549, c2005 [ล2548]

Call No.: HQ734 .ค95

6. 7 อุปนิสัยสำหรับวัยรุ่นผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง

by โควีย์, ฌอน., นพดล เวชสวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2549.

Call No.: BJ1661 .ค947

7. มองโลก 360 องศา

by แม็กซ์เวลล์, จอห์น ซี., ค.ศ. 1947-, จิรายุทธ ประเจิดหล้า., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2549.

Call No.: HD57.7 .ม817

8. ปลุกหัวใจกบฎ

by มอร์แกน, อาดัม., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2549.

Call No.: HD69.ช75 ม542

9. รวยได้– ไม่ต้องโกง

by ฮันต์สแมน, จอน เอ็ม., ภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2549.

Call No.: HF5387 .ฮ63

10. กลยุทธ์รู้ใจคน

by แม็กซ์เวลล์, จอห์น ซี., ค.ศ. 1947-, อิทธิพน เรืองศรี. , ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548.

Call No.: HM1106 .ม82

11. The article brand & marketing essay

by ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : BrandAgebooks, 2548.

Call No.: HD30.28 .ด344

12. พีอาร์แถวหน้าประชาสัมพันธ์มือโปร =

by แลร์เมอร์, ริชาร์ด, ค.ศ. 1960-, ภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548.

Call No.: HD59 .ล84

13. อุปนิสัยที่ 8 :

by โควี่, สตีเฟน อาร์., ค.ศ. 1932-, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย., ปกาศิต คำเรืองโรจน์.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548.

Call No.: BF637.ต4 ค95

14. 7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง :

by โควี่, สตีเฟน อาร์., ค.ศ. 1932-, นพดล เวชสวัสดิ์., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2548.

Call No.: BF637.ส6 ค952

15. บาปร้ายแรงด้านการตลาด 10 ประการ =

by คอตเลอร์, ฟิลิป,, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: HF5415.13 .ค534

16. การตลาดนอกกรอบ :

by คอตเลอร์, ฟิลิป,, ทิแอส เดอ เบส, เฟอร์นันโด้., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย., ภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์., ณัชชา จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: HF5415.13 .ค527

17. เจาะลึกการตลาดจาก A ถึง Z :

by คอตเลอร์, ฟิลิป,, ดนัย จันทร์เจ้าฉาย., ยศยอด คลังสมบัติ.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: HF5415 .ค534

18. ทักทายกันด้วยความสุข

by ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: BJ1595 .ด364

19. แกะรหัสลับองค์การสายพันธ์ุใหม่

by ออริค, โจฮัน ซี., จังค์, กิลลิส เจ., วิลเลน, โรเบิรต์ อี., ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: HD31 .อ55

20. ทักทายกันด้วยรอยยิ้ม

by ดนัย จันทร์เจ้าฉาย.

Publisher: กรุงเทพฯ : ดีเอ็มจี, 2547.

Call No.: BJ1595 .ด366





ผลวิจัยชี้สาร”แคปไซซิน”พริกขี้หนู ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

13 10 2009

12 ตุลาคม 2552

Link : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNVEV5TVRBMU1nPT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09TMHhNQzB4TWc9PQ==

ผลวิจัยพบสารแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริกขี้หนู ซึ่งทำให้เกิดความเผ็ดร้อน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางยา ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

รศ.สุพีชา วิทยเลิศปัญญา ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ศึกษาวิจัยเรื่อง “เภสัชจลนศาสตร์ของสารแคปไซซินในพริกขี้หนูสด และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพริกขี้หนูสดต่อน้ำตาลในเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดี” เพื่อพิสูจน์สรรพคุณของสารแคปไซซินว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้หรือไม่

“แคปไซซินพบมากที่สุดบริเวณรกของพริกขี้หนู วิธีการวิจัยระยะแรกจะศึกษานำร่องในอาสาสมัครจำนวน 2 ราย เพื่อพิสูจน์ปริมาณที่เหมาะสมของสารตัวนี้ที่มีผลทำให้ระดับน้ำตาลลดลง โดยใช้พริกขี้หนูขนาด 5 กรัม พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดลงชัดเจน จากนั้นทดลองในอาสาสมัครจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 12 ราย กลุ่มหนึ่งทานพริกขี้หนูบรรจุในแคปซูลพร้อมกับน้ำตาลความเข้มข้นสูง อีกกลุ่มทานแคปซูลเปล่า เพื่อเปรียบเทียบผลแล้วจึงวัดระดับน้ำตาลในเลือดทุก 15 นาที ตั้งแต่เริ่มทานยาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในนาทีที่ 30 โดยกลุ่มที่ทานพริกขี้หนูสดมีระดับน้ำตาลลดลงมากกว่ากลุ่มที่ทานแคปซูลเปล่า” รศ.สุพีชา ระบุ

ผลการวิจัยสรุปได้ว่าพริกขี้หนูสดขนาด 5 กรัมมีคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้ ผลที่ได้น่าจะมาจากการที่แคปไซซินดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลินนั่นเอง

“นอกจากพริกขี้หนูสดแล้วยังมีสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ใบหม่อน มะระขี้นก ฯลฯ ที่มีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะต้องศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อใช้สมุนไพรดังกล่าวเสริมกับการรับประทานยาแผนปัจจุบัน สำหรับงานวิจัยที่จะทำต่อไปในอนาคตจะศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน” รศ.สุพีชา กล่าว





สเปรย์อบเชยกำจัดไรฝุ่นผลิตโดยคนไทย

13 10 2009

13 ตุลาคม 2552

Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/innovation/20091013/81383/ประชุมบีอาร์ทีโชว์สเปรย์อบเชยกำจัดไรฝุ่น.html

โครงการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพเปิดเวทีประชุมประจำปี รวบรวมผลงานวิจัย 14 ปีมาจัดแสดง มีทั้งประสบผลสำเร็จเชิงพาณิชย์และงานวิจัยพื้นฐาน

ผศ.อำมร อินทร์สังข์ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์สเปรย์สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ว่า ทีมงานใช้เวลาร่วม 8 ปีศึกษาสารสกัดสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติกำจัดไรฝุ่นทดแทนสารเคมีตัวการก่อโรคภูมิแพ้ กระทั่งพบว่ากานพลูและอบเชย มีสารออกฤทธิ์ตามต้องการ

การค้นพบดังกล่าวนำมาสู่การต่อยอดและพัฒนาสูตรให้เหมาะสมต่อการใช้งาน โดยไม่มีสีตกค้างบนเครื่องนอนหรือเฟอร์นิเจอร์และมีกลิ่นหอม ผลทดสอบเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค และพร้อมที่จะวางจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้ หลังจากผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

โรคภูมิแพ้ยังคงเป็นปัญหาด้านสุขภาพของประชากรไทย 8-10 ล้านคน สาเหตุหลักกว่า 80% เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในไรฝุ่น ซึ่งยากต่อการกำจัดให้หมดไป เนื่องจากไรฝุ่นสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จึงมีความต้องการผลิตภัณฑ์กำจัดไรฝุ่นเพิ่มขึ้นในท้องตลาด

“สมุนไพรกำจัดไรฝุ่นมีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ใช้ทดแทนสารเคมี ซึ่งต่างประเทศนิยมใช้กำจัดไรฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนของโรงแรมและโรงพยาบาล หากสามารถพัฒนาสเปรย์กำจัดไรฝุ่นจากสมุนไพรได้มาตรฐาน และราคาถูกกว่าสารเคมี ราว 30-50% เชื่อว่าสเปรย์สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น จะเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคได้ไม่ยาก”

ขณะนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าว ได้ถ่ายทอดให้บริษัท ไทยเฮิร์บเทค จำกัด นำไปผลิตแล้วจำหน่ายในเชิงพาณิชย์แล้ว และจะจัดแสดงในงานประชุมวิชาการประจำปีโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย หรือบีอาร์ที ครั้งที่ 13 From Basic Research to Knowledge ระหว่างวันที่ 12-14 ต.ค.นี้

งานประชุมดังกล่าวจะนำเสนอผลงานวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพในไทย อาทิเช่น งานวิจัยการใช้ประโยชน์จากเชื้อราในการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ทำยารักษาโรค งานวิจัยสาหร่ายเซลล์เดียวในการปรับปรุงคุณภาพดิน รวมถึงงานวิจัยโรงงานปุ๋ยเคลื่อนที่จากกิ้งกือ พร้อมกับอีก 13 ผลงานเด่นที่เกิดจากการต่อยอดความรู้จากการวิจัยพื้นฐานสู่องค์ความรู้ ตลอด 14 ปีของโครงการบีอาร์ทีด้วย

“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและนำไปใช้ประโยชน์ แม้การต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ผลิตภัณฑ์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยระยะเวลา แต่ผลงานวิจัยที่นำมาจัดแสดงในงานบางส่วน เป็นงานวิจัยที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และพร้อมต่อยอดในเชิงพาณิชย์ แต่ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา” ศ.วิสุทธิ์ ใบไม้ ผู้อำนวยการโครงการบีอาร์ที กล่าวทิ้งท้าย





Ig Nobel winners: Knuckle cracking to panda poo

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-27080_3-10366638-245.html?tag=mncol;title

October 2, 2009 2:16 PM PDT

Have you ever worried that knuckle cracking will give you arthritis or wondered why pregnant women don’t tip over? Me too.

Research into those topics–as well as studies finding that diamonds could be created from tequila and giant panda feces are good for composting–received Ig Nobel Prizes in a ceremony on Thursday night at Harvard University.

The prizes, awarded to scientific achievements that “cannot and should not be reproduced,” are presented in the week before the real Nobel prizes are announced and are sponsored by the science humor magazine “Annals of Improbable Research.”

A Thousand Oaks, Calif., doctor won the Ig Nobel medicine prize for his firsthand research into arthritis in fingers. As a child and in adulthood, Donald Unger’s mother, several aunts, and mother-in-law warned him that cracking his knuckles would lead to arthritis in his fingers. To test that theory, he cracked the knuckles of his left hand, but not the right hand, every day for more than 60 years.

His conclusion? The cracking has no effect. (A chiropractor in San Francisco previously agreed with that notion in a very unscientific survey conducted by me.)

In Switzerland, the half-liter refillable beer bottle is commonly used as a weapon in bar fights and can crack a skull, researchers said.

(Credit: Stephan Bolliger/Journal of Forensic and Legal Medicine “There was no arthritis in either hand, and no apparent differences between the two hands,” Unger wrote in a letter to the editor in Arthritis and Rheumatism, Vol. 41, No. 5, in 1998, after he had completed only 50 years of his study.

“This result calls into question whether other parental beliefs, e.g., the importance of eating spinach, are also flawed,” he wrote. “Further investigation is likely warranted.”

The Ig Nobel Prize for peace went to a group at the University of Bern in Switzerland for its bar room brawl-related research. The doctors, several of whom are forensic pathologists, had been asked to testify in court cases whether a skull can be broken by smashing a beer bottle on someone’s head–and whether that is more easily accomplished with a full bottle or an empty one.

“Full and empty bottles suffice in breaking the skull. However, the likelihood of such fractures is greater in blows with an empty bottle. Empty beer bottles are therefore more dangerous,” Dr. Stephan Bolliger wrote in an e-mail response to questions on Friday.

Asked whether certain beer brands might be more dangerous than others, Bolliger said, “The brand of the bottle is irrelevant, as the major breweries in Switzerland all use the same, recyclable half-liter bottles.”

The research paper concludes that because half-liter beer bottles present “formidable weapons” in a fight, “prohibition of these bottles is therefore justified in situations which involve risk of human conflicts.”

Meanwhile, other Ig Nobel-honored research suggests that farmers can benefit from improved human-bovine relations. Researchers at Newcastle University in the United Kingdom won the veterinary-medicine prize for their work showing that “Bessie” is likely to produce more milk than “No. 5863329.”

“On farms where cows were called by name, milk yield was 258 liters higher than on farms where this was not the case,” the researchers wrote in an abstract for their paper, “Exploring Stock Managers’ Perceptions of the Human-Animal Relationship on Dairy Farms and an Association with Milk Production.”

In Japan, researchers turned to a beloved animal for help in home waste reduction. A team at the Kitasato University Graduate School of Medical Sciences in Sagamihara won the biology prize for “demonstrating that kitchen refuse can be reduced more than 90 percent in mass by using bacteria extracted from the feces of giant pandas.”

The physics prize went to researchers from the University of Cincinnati, the University of Texas, and Harvard for “analytically determining why pregnant women don’t tip over” in their paper “Fetal Load and the Evolution of Lumbar Lordosis in Bipedal Hominins.”

And in a modern-day alchemy experiment, researchers at the National Autonomous University of Mexico received the chemistry prize for turning tequila into diamonds. Well, maybe not exactly diamonds, but diamond films that could be an economical component in electrical insulators.

The public-health prize was awarded to inventors who received a patent for a brassiere that can be converted into a pair of gas masks.

There were also awards for findings that came of less research. The economics prize was awarded to officials from four Icelandic banks “for demonstrating that tiny banks can be rapidly transformed into huge banks, and vice versa–and for demonstrating that similar things can be done to an entire national economy.”

The mathematics prize went to the governor of Zimbabwe’s Reserve Bank for “giving people a simple, everyday way to cope with a wide range of numbers–from very small to very big–by having his bank print bank notes with denominations ranging from 1 cent to 100 trillion dollars.”

And finally, the prize for literature was given to Ireland’s police service for writing more than 50 traffic tickets to “the most frequent driving offender in the country–Prawo Jazdy–whose name in Polish means “Driver’s License.”





B&N e-book reader reportedly in the works

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-1023_3-10371468-93.html?tag=newsLatestHeadlinesArea.0

October 8, 2009 4:15 PM PDT

Bookseller Barnes & Noble reportedly plans to release its own e-book reader to challenge Amazon.com’s Kindle.

The wireless device, which is expected to have a 6-inch touch screen and virtual keyboard, could be offered for sale as early as next month, according to a Wall Street Journal report on Thursday that cited people briefed on the matter. A price range was not revealed.

The device is also expected to run Google’s Android operating system, according to a Gizmodo report that cited a source who claimed to be a mobile-application developer for Barnes & Noble.

A representative for Barnes & Noble, the nation’s largest brick-and-mortar bookseller, declined to comment on whether such a device was in the works.

“We have made no announcement of an e-book reader device,” said Mary Ellen Keating, senior vice president of corporate communications and public affairs, pointing out that the company was already supporting a variety of e-book reader devices. However, she declined to comment specifically on whether Barnes & Noble was developing its own device.

Barnes & Noble announced in July that it was returning to the e-book market with the launch of its own digital-book store, which allows customers to read digital books on an array of different platforms, including the iPhone, the iPod Touch, and BlackBerry smartphones. Barnes & Noble is also expected to be the exclusive digital-book supplier for the upcoming Plastic Logic eReader, which is not scheduled to go on sale until next year.

However, if the reports prove accurate, the device should compete directly with Amazon’s new Kindle 2, which the online retail giant unveiled earlier this week. The new version also sports a 6-inch screen and wireless downloads, and is expected to be available on October 19.

Amazon also announced that it is cutting the price of the device by $40, to $259, and bringing it more in line with Sony’s Reader Pocket Edition, which sells for $199. The retailer also announced an international version that would allow customers to download books in more than 100 countries outside the United States.

Although a bit late to the market, a Barnes & Noble device would join an expected boom in the e-book reader sales. In a report released Wednesday, Forrester Research raised its 2009 forecast for e-reader sales in the United States to 3 million units from its previous prediction of 2 million sales. Forrester also expects Amazon’s Kindle to command about 60 percent of the e-reader market in 2009, compared with 35 percent for Sony’s Reader.

The revelation that the device may be powered by Android comes as the 2-year-old operating system rides a wave of support from wireless handset makers. In the past couple of months, nine devices using Android have been announced, including the Motorola Cliq, which goes on sale in November, and the new Samsung Moment, which was announced Wednesday at the CTIA Fall 2009 trade show.





Google lets 100 artists paint on Chrome canvas

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-30685_3-10367671-264.html?tag=mncol;title

October 5, 2009 11:17 AM PDT

I’m a little confused. Is Chrome supposed to be a minimally intrusive window to the Web or a splashy showcase for your favorite graphical style?

If you’re in the latter camp, the type of person who picks desktop wallpaper carefully and reskins every software that can be reskinned, you’ll be pleased with Google’s unveiling Monday of artist themes for its Chrome browser. If you’re the more utilitarian sort, avoid clicking on the Themes Gallery page.

These two possible attitudes aren’t mutually exclusive, but they do live awkwardly together in Chrome. For an artistic canvas, Google’s browser has only a minimal menu bar across the top, and it’s often obscured by tabs. The best opportunity to show off some graphical pizzazz is the new-tab page, which perhaps someday will become some all-purpose Google portal page but for now is just a means to getting to some other Web page as fast as possible.

But Marissa Mayer, Google’s vice president of search and user experience, enjoys any opportunity to promote her fondness for fashion and art. Who else could have been behind the Oscar de la Renta, Chloe, Kate Spade, and Dolce & Gabbana themes?

A total of 100 new themes are now an option alongside the less eye-catching themes that Google already offered on its own. Mayer’s status as patron of the arts only goes so far, though: several artists declined the opportunity to give their work to Google for free, according to The New York Times.

Themes are just eye candy, though perhaps HTML5’s built-in audio support will add another dimension some day. Nevertheless, plenty of people care passionately about themes as a way to lighten up their computing experience or display loyalty to some cause. (Any Porsche fans out there?) One feature in Firefox 3.6, code-named Namoroka and about to enter beta testing, is the advancement of the Personas visual customization tool from plug-in to built-in.

I ran into a few snags. The menu-bar text of Mariah Carey’s Memoirs of an Imperfect Angel theme was only visible on a very wide monitor, with Chrome not maximized and few tabs showing. With the Takora Kimiyoshi Futori theme, I couldn’t read status bar pop-up text such as a Web address I hovered over with my mouse. And switching from one theme to another changed the menu bar but not an already visible new-tab page, producing an even more jarring opportunity for visual cacophony.

I generally don’t use themes, but I have to say I’m glad they exist. They enable a certain whimsy and help add a bit of spice to a computing experience that can be very impersonal.





Web of Trust extension comes to Chrome

9 10 2009

October 8, 2009 10:45 AM PDT

http://news.cnet.com/8301-30685_3-10370777-264.html?tag=mncol;posts

Google’s browser now has an extension to use the Web of Trust, a project that lets people rate the trustworthiness of Web sites and see how others have rated them.

The open-source plug-in previously worked only with Firefox and Internet Explorer, but now a version is available for the new developer preview version of Chrome, according to a blog post.

The Web of Trust extension lets people rate Web pages. Clicking an icon in the lower left corner of Chrome pops up this interface.

It’s one of a host of relatively widely used extensions available on other browsers but now on their way to Chrome, whose extensions framework is just getting off the ground. There also are extensions (called add-ons in the Firefox realm) for Delicious and Xmarks, for example.

The extension takes advantage of the newer “mole” feature that lets windows pop up from the bottom of the screen. (The “mole” term originated with the work Google’s Gmail team on instant-message windows; closing a number of them is like playing Whack-a-Mole.) However, Web of Trust programmers are considering using a newer extensions possibility called browser actions, which builds an extension interface into a button that appears along the top of the Chrome window.

“Browser Actions look promising though and we’re looking forward to using them in future,” said programmer Sami Tolvanen in a mailing list announcement. He also offered a list of suggestions for the Chrome extensions interface.

Separately, Google announced a new developer preview version, Chrome 4.0.221.6 for Windows and 4.0.221.8 for Mac OS X. In the Windows version is a new browser action feature, pop-up windows.





PrimoPDF makeover small but useful

9 10 2009

http://download.cnet.com/8301-2007_4-10370239-12.html?tag=hotTopicsBody.1

October 8, 2009 5:00 AM PDT

There’s little that’s sexy or even slightly interesting about PDF creation, which is why PrimoPDF has become one of the better PDF-creation programs. In the past, it’s done the job of casual PDF creation right the first time you use it, and with a minimum of fuss. It hasn’t been without its drawbacks, but the latest version–PrimoPDF 5–addresses most of those.

If you’re unfamiliar with the program, it installs itself as a “PDF printer” so that you can use any program’s print function to convert the document into a PDF. Version 5 comes with desktop icon that you can drag and drop files onto for quick conversion, as well as performance improvements and minor changes throughout the program. It also addresses another problem that Primo has had: visibility. In the past, you could only access Primo from your Start menu or by creating a PDF, but the icon allows you to easily jump in and adjust Primo’s settings.

Users can now set a default folder to save PDFs to, or opt to choose a new folder for each new PDF. You can also Append or Overwrite an already-existing PDF, and more easily create and edit document properties and PDF security from the main PrimoPDF interface. According to Primo’s publisher, NitroPDF, the program starts faster and converts faster, and we did notice that it launched quicker than before–note that this was an empirical judgment, though.

Primo’s size has been reduced slightly from 7.49MB to 7.38MB. The four conversion quality settings are still exposed up-front, too, so you can easily toggle quality settings from Screen to eBook to Print to Prepress. There’s a Custom setting, as well.

Other features include a password protection feature that can be used for restricting reading, editing, or printing the PDF. However, trying to create a PDF while the interface was already open resulted in neither a new PDF nor a warning that there had been a failure. The interface also sports an ad for other PDF-related software made by Nitro that takes up half the interface.

Those hitches aside, PrimoPDF is an effective tool for quick and casual PDF creation, and that doesn’t change with the latest version.

Correction: PrimoPDF’s file size has not been reduced to 1.1MB. It has been reduced to 7.38MB





Audi creates virtual Audi Space within PlayStation Home

9 10 2009

September 21, 2009 5:25 PM PDT

http://reviews.cnet.com/8301-13746_7-10358137-48.html?tag=mncol;mlt_related

Automakers are like forum trolls. Every time you turn around another one of them is yelling, “First!”

This time it’s Audi claiming to be the first carmaker to develop its own virtual area in Sony’s PlayStation Home. Audi Space, as it will be known, will come on line in late 2009. Audi Space will at first feature an Audi TV channel delivering video content relating to the German automaker.

In December of ‘09, Audi Space will be expanded to include Vertical Run, a futuristic racing game featuring Audi’s e-tron concept. Players will collect electrical energy that will presumably be untamed by the e-tron as they race for the highest possible speed. Be the fastest and you could earn a place for your Home avatar in the virtual Audi apartments, located in a large tower in the center of Audi Space.

Most young people gain their first driving experience from video games,” explains Kai Mensing, who is responsible for video games and virtual worlds in Online Marketing at Audi. “With the Audi Space, we can bring this target group into contact with our brand in a highly emotion-packed and interactive environment, and demonstrate our ‘Vorsprung durch Technik’ with the virtual e-tron race.”

“It was important to us to create an environment with Audi Space that differed from a classic showroom at an Audi dealership,” Mensing said. “To achieve that, we got together with the architects at Allmann Sattler Wappner and developed an interactive concept where the focus is on selected Audi models, making it possible to experience the brand in a selective, interactive way.”

The company has stated that additional Audi content will be added to Audi Space in 2010.





New report warns of dangers of trashy avatars

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-13577_3-10370382-36.html?tag=mncol;posts

October 7, 2009 5:18 PM PDT

If you’re running a business that has a presence in a virtual world, market research firm Gartner thinks you might want to make sure your employees’ avatars aren’t dressed like Lady Gaga at the VMAs.

“Companies with codes of conduct for other Web activities, such as blogging, should be able to extend those policies into virtual environments,” a release Wednesday from Gartner announcing its new report “Avatars in the Enterprise: Six Guidelines to Enable Success” explained. “However, because 3-D environments add the visual dimension, they will need to make sure that their policies also cover dress codes.”

That means your avatar might want to lose the sparkly pink torpedo bra, metallic leggings, and giant bat wings. When it’s representing your company, that is.

The presence of businesses in virtual worlds like Second Life is nothing new–and has been much derided in recent years. But according to Gartner, it’s still on the rise, particularly when it comes to training and virtual meetings. “Avatars are creeping into business environments and will have far reaching implications for enterprises, from policy to dress code, behavior, and computing platform requirements,” the release explained. Gartner estimates that 70 percent of enterprises will be regulating the avatars of employees who use virtual worlds for business.

Two years ago, Gartner put out a study detailing the risks and pratfalls of doing business in virtual worlds, among them the difficulty of brand and reputation management.

Now it’s getting more specific: Gartner now says that employees ought to know how to operate their avatars properly, use the same degrees of discretion and professionalism that they do on social-networking sites, and even keep separate avatars for personal and professional use.





MySpace link shortener makes early inroads on Twitter

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-17939_109-10362736-2.html?tag=mncol;mlt_related

September 28, 2009 1:19 PM PDT

It has only been a week since MySpace launched its two-way sync with Twitter, but already the service has made an impact on the popular microblog.

MySpace’s “lnk.ms” is now the second most used link-shortening service on Twitter, according to statistics compiled by Twitter link tracker Tweetmeme.

Over the past 24 hours, lnk.ms was included in 15.66 percent of all tweets containing links, Tweetmeme claims. It follows only Bitly, which was used in more than 69 percent of tweets featuring links to outside sources. TinyURL, Owly, and Isgd follow MySpace’s lnk.ms with 10.43 percent, 2.75 percent, and 2 percent share of tweets, respectively.

MySpace hasn’t divulged how many users are syncing with Twitter. A company spokeswoman told me in an e-mail message that MySpace cannot provide any details on usage yet. Twitter did not immediately respond to request for comment.

The fact that MySpace has been able to make such a mark on Twitter in just one week is quite a feat. When the company announced two-way syncing with Twitter last week, it allowed users of both social networks to update their status and syndicate that to the other network. MySpace’s lnk.ms is the result of that.

Whenever a user who has activated two-way syncing updates their MySpace status, a snippet of that update is syndicated to their Twitter profile. A unique lnk.ms link follows that tweet. When the user’s Twitter followers click on it, they can view the full status update. If the updates are kept private, the update can’t be viewed by followers who aren’t also friends with the user on MySpace.

Before we get too carried away over the success of MySpace’s link-shortening feature, it should be noted that Tweetmeme’s calculations are based only on links it processes. Also, the company tracks link-shortening usage over the past 24 hours, so we have yet to see how MySpace’s service will fare in the long run.

But so far, it seems that MySpace has made its mark on the service. And by the looks of things, it doesn’t seem the Twitter community’s use of lnk.ms will be slowing down anytime soon.

(Via TechCrunch)





Six Apart resurrects Pownce in new microblogging platform

9 10 2009

October 1, 2009 7:30 AM PDT

http://news.cnet.com/8301-19882_3-10364794-250.html?tag=mncol;posts

At the Future of Web Apps conference in London this week, blog platform company Six Apart is announcing a new open-source platform called Motion, to be available for download, that enables any Web host or developer to host their own Twitter-like microblog service. The technology is derived from Pownce, the Twitter competitor Six Apart acquired last year (and then shut down).

With Motion, the company is “trying to evolve past a traditional blogging platform to newer social apps,” Six Apart EVP Ed Anuff told me.

It’s no surprise that this content platform company is working on a microblogging extension. Anyone in the blogging space would be a dope not to. What I do find interesting is that the product is software and not a cloud-based Twitter-in-the-sky Web service.

Anuff told me that many site developers want complete control over their branding, and want the capability to fully tweak their online product. You can’t do that as easily when you’re mashing up services from the cloud, he implied. It’s why developers and Six Apart favor the software model instead.

However, Anuff did say that while the code for Motion runs locally, the data it calls is actually hosted by Six Apart. Anuff said Six Apart has the infrastructure to support the load that all their microblogging users might need. Also, since Motion-based microblogs can integrate with Twitter, Facebook, and Myspace (items posted in a social network can show up on Motion and vice versa), it does make sense to have one Web-based service acting as a gateway.

The official Zachary Quinto fan site’s community page is powered by Motion.

(Credit: Screenshot by Rafe Needleman/CNET
Six Apart will be announcing pre-qualified hosts for people who want the Motion product but don’t want to run their own servers. The product will also be available later for the company’s fully-hosted blog platform, TypePad.

To see Motion in action, Anuff recommends the Zachary Quinto fan site, whose community page is based on the service.

See also, Identica: Taking on Twitter with open-source software.





OneRiot aims to make money from Twitter search

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-19882_3-10367996-250.html?tag=mncol;posts

October 5, 2009 3:56 PM PDT

The real-time search company OneRiot is launching an advertising play for Twitter. The new feature, called RiotWise, lets content companies push links to their stories on the OneRiot search result pages. It’s unlike every other online ad play out there in that the advertisements are for content, not commerce.

Say you’re doing a OneRiot search for “Paris.” Instead of seeing ads for airfares and hotels, as you would on Google, you’ll see instead links to “Featured Content” about Paris from content producers — news sites, blogs, and online magazines.

For the user, these are useful links, and thus valuable. But pulling this off for content is harder than it is for commerce, both financially and technically.

RiotWise will display “featured content” alongside natural search results.

(Credit: OneRiot
On the money side, online content pays less, per page, than commerce. A single click on a news story is monetized primarily by advertising. A good news page makes a few pennies per page view. Most make far less. A commerce page designed to sell something, clearly, can make a lot more.

And on the tech side, there are vastly more content pages than there are ads, so matching a story to a search result page means that the OneRiot system has to do more than just let advertisers say which page goes with which keywords. OneRiot has to read in content feeds from its advertisers in near real-time, and pitch to users only the best and most current stories from partners, based on user search terms and content inside the stories.

OneRiot CEO Kimbal Musk (Elon’s brother) says that the company’s advertising customers will find the incoming links from his service’s users valuable, since OneRiot users are likely to redistribute (re-tweet) or forward stories along, thus increasing a story’s presence.

It’s a unique plan to monetize Twitter, but it’s a delicate balance. Essentially it’s an arbitrage model: Musk is asking publishers, who are paid by advertisers, to themselves pay for advertising on OneRiot to get more traffic, thus increasing their revenue yield per page. There’s nothing fundamentally new about the concept (TV shows are advertised on TV all the time), but it’s a bit of a tightrope. (Disclosure: I have heard that CBS is a partner of OneRiot, but Musk would not confirm this with me. CNET News is published by CBS Interactive, a unit of CBS. Update: More recently, I learned there is no such relationship between CBS and OneRiot.)

RiotWise ads will run on the OneRiot.com site, but the real potential for this plan, according to Musk, lies in the integration of RiotWise into Twitter apps. Potential customers are Tweetdeck, Seesmic, etc. In two weeks, a new application programming interface will let developers embed RiotWise suggestions into search results. OneRiot will share revenues with app developers for these paid links.

This is a smart play. Advertising will continue its move to the Web. When the economy begins to really turn around and general online advertising increases, the online pubs hosting these ads will need to generate additional pages to make good on their commitments to customers to deliver clicks. Thus OneRiot’s plan may just work. It’s not likely, however, that it will remain independent or unchallenged. This technology belongs at Google, or Microsoft. I expect it will end up there, one way or the other.





Twitter while you work: Socialcast makes it good for your career

9 10 2009

October 8, 2009 5:30 AM PDT

http://news.cnet.com/8301-19882_3-10370370-250.html?tag=mncol;posts

The enterprise microblogging service Socialcast is getting some interesting analytical functions. Unlike the data you can get from Bitly (the closest most people get to seeing real analytics on microblogging), Socialcast’s new Social Business Intelligence feature is designed to help the mucky-mucks in your company “understand the social dynamics or your organization,” not just see traffic patterns.

If your company uses the Socialcast service for more than just occasional hobbyist microblogging–that is, if whoever hooked up your company with Socialcast also set up the important features the service offers, like integration into CRM, wikis, employee blogs, and other internal systems–then there could be a rich stream of social data coming from the product. Socialcast SBI can tap into this data to identify, in broad strokes, three main types of people in your company: the information “brokers,” the “connectors,” and the “peripheral players.” Even “active listening” is tracked, by watching posts that users flag with the “like” button.

The point is to make sure that your company can leverage the tastemakers among their staff–people you can’t identify just by looking at an org chart. Another selling point: SBI helps make sure that when a person is about to leave the company, you know what you’re losing in terms of social connections that may be important to keeping particular projects running or clients happy. There’s an HR department term for this: “knowledge loss mitigation.”

SBI also means that someone could be watching what you do on the platform and that this information may play a part in how you are treated by your employer. Yes, it’s true: they could end up paying you more if you Twitter or do the equivalent on Socialcast.

Socialcast lets you examine how your employees connect to others.

Socialcast has both a free and paid service, and SBI is an additional fee on top of that: It’s $1,500 a year per seat for the people who get to see the analytics. Socialcast CEO Tim Young thinks that most companies, even those with more than the typical 240 users per installation, will buy one to three seats, so they can learn about their employees’ social connections.

The service doesn’t yet pick up connections in e-mail (Exchange servers, for example) or from PBX (phone) systems, but those data streams may be added in the future.

So if your company starts using Socialcast, don’t dismiss it. Not only is it a useful service (as I’ve written previously), but participating in it could help your career.





Apple wins praise from Greenpeace

9 10 2009

October 8, 2009 3:11 PM PDT

http://news.cnet.com/8301-13579_3-10371224-37.html?tag=mncol;posts

Greenpeace may have downplayed Apple’s recent environmental efforts, but the organization on Thursday is holding the company up as an example for everyone.

(Credit: Greenpeace “Apple has stormed out of the biggest lobby group in the United States,” reads a post on the environmental organization’s Web site. “At issue is the U.S. Chamber of Commerce’s use of funds to oppose climate change legislation. Apple has done the right thing, and IBM and Microsoft should think different too.”

Catherine Novelli, Apple’s vice president of worldwide government affairs, informed the Chamber of Commerce in a letter on Monday that the company would be resigning its membership. Apple cited differences in environmental policies.

“Apple supports regulating greenhouse gas emissions, and it is frustrating to find the chamber at odds with us in this effort,” Novelli said in a letter to chamber President Thomas Donohue.

Donohue didn’t take the news laying down. In a letter addressed to Apple CEO Steve Jobs, Donohue said that “while we do support legislation to address climate change, we oppose legislation such as the Waxman-Markey bill that numerous studies show will cause Americans to lose their jobs and shift greenhouse gas emissions overseas, negating potential climate benefits.”

Not surprisingly, Greenpeace doesn’t agree with Donohue’s position. It said the Chamber of Commerce should think about the number of jobs that would be created by helping clean up the environment, instead of lecturing Jobs about innovation.

Apple is the fourth company to leave the chamber in the past few weeks, and Greenpeace challenged other companies to follow Apple in departing the Chamber of Commerce.

“The stakes have never been higher for the climate,” Greenpeace said. “Apple’s move will throw an uncomfortable spotlight on any company that stays on in the chamber but doesn’t act to change its policies.”

The relationship between Apple and Greenpeace has been contentious, to say the least. The two have argued publicly over the extent of Apple’s commitment to reducing the use of harmful chemicals in its products.

Greenpeace even demonstrated outside Jobs’ Macworld keynote in 2007 to bring attention to its environmental efforts. Apple took the challenge and have worked for the last couple of years to remove harmful chemicals like PVC, mercury, arsenic, lead, and BFR from its products.

Greenpeace even released its own iPhone app version of its “Recycled Tissue and Toilet Paper Guide.” The app allows users to compare brands to find the most environmentally friendly.





Yale MBA dean to found Apple University

9 10 2009

http://news.cnet.com/8301-13579_3-10073097-37.html

October 22, 2008 1:50 PM PDT

Apple has hired the dean of Yale’s School of Management to head up a new program called Apple University.

It’s not clear exactly what Joel Podolny will be working on at Apple, but a note from Yale President Richard Levin to students announcing Podolny’s departure said he would be leading “educational initiatives at Apple.” He’ll join the company in early 2009, but Apple representatives are not commenting on what he’ll have on his plate, according to The Wall Street Journal.

Apple University could encompass several things: increased marketing and distribution to college students and universities, already a bastion of Apple’s customers; an expansion of a current project known as iTunesU, or an internal training program for Apple employees similar to McDonalds’ famed Hamburger University. The WSJ notes that Pixar–founded by Apple CEO Steve Jobs–has a similar program in place for animators called Pixar University.

Podolny won’t need any introduction to the Apple world, telling Yale students in his farewell e-mail that he’s been a Mac user since the days of the Apple II. “These events are part of the fabric of my life, and I am excited to know that I will be joining an organization for which I have so much respect and enthusiasm, a company whose reputation for innovation and excellence is second to none,” he wrote.

by Tom Krazit





กล้วยๆ …ช่วยไดเอ็ท

9 10 2009

09 ตุลาคม 2552

Link : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20091009/80647/กล้วยๆ-…ช่วยไดเอ็ท.html

พยายามไดเอ็ทหลายวิธีก็ไม่ผอมลงสักนิด สิ้นหวังแล้วนะ.. งั้นลองหยิบ “กล้วย” ใบน้อยเติมพลังให้เช้าวันใหม่ดู เชื่อหรือไม่ส่วนเกินจะหายไปในพริบตา

วิถีรับประทานกล้วยมื้อเช้าแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น และเป็นที่นิยมถึงขนาดก่อตั้งชุมชนออนไลน์ (Social Networking Service) สำหรับคนกินกล้วยมื้อเช้ากันเลย ( Mixi) และภายในเวลาสองปีครึ่งที่ผ่านมา พบว่าสมาชิกชุมชนประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักถึง 300 คนแล้ว

พวกเขามีผู้นำชื่อ “ฮามาจิ” ผู้เปลี่ยนไดอารี่บันทึกวิธีลดน้ำหนักฉบับกล้วยมื้อเช้าให้เป็นพ็อคเกตบุ๊ก

สูตรไอเด็ทของเขาคือ กล้วยกี่ลูกก็ได้ตามใจอยาก + น้ำเปล่า เท่านั้นเอง

เมนูนี้ “เหมาะเหม็ง” ที่สุดด้วยเหตุผลหลายประการ

มองไปทางไหน เรามักเห็นกล้วยเกลื่อนตลาดไปหมด จึงไม่ยุ่งยากเกินไปที่จะเสาะหามารับประทาน แถมราคายังถูกแสนถูก อาจให้กันฟรีๆ หรือกินทิ้งกินขว้างยังได้เลย

ยิ่งช่วงเวลาเช้า เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องเร่งรีบกันอยู่แล้ว จะมีสักกี่คนที่สามารถปฏิบัติตามหลักโภชนาการที่ว่า มื้อเช้าสำคัญที่สุดบ้าง

ในเมื่อต้องการลดน้ำหนักแล้ว จงอย่าฝืนใจ หรืออดทนอดกลั้นทำตามกฎเคร่งครัดใดๆ ควรเอาเวลาไปกินมื้อเที่ยงให้อิ่มแปล้ และสังสรรค์มื้อเย็นกับเพื่อนโดยไม่อึดอัดใจกันดีกว่า

อีกอย่าง กล้วยไม่จำเป็นต้องหั่นปอกเปลือกเหมือนผลไม้ชนิดอื่น แค่ใช้มือปอกไม่กี่วินาทีก็กินได้แล้ว

กล้วยมื้อเช้าจึงโดนใจสาวกไดเอ็ท เพราะไม่เปลืองเงิน ไม่ต้องอด ไม่ต้องทน และไม่เสียเวลา

ฮามาจิ พบว่าการลดน้ำหนักสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหารในร่างกายของคนเรา ฉะนั้นการกินผลไม้อย่างเดียว ทำให้กระเพาะได้พักผ่อน ช่วยฟื้นฟูสภาพการทำงานของกระเพาะ ลำไส้ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

หลังจากรับประทานผลไม้ไป 15-20 นาที ผลไม้จะเคลื่อนที่ไปสู่ลำไส้ และเริ่มถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ขณะที่ผักคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน จะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ส่วน “น้ำ” ที่เราดื่มตามไปติดๆ จะช่วยทำให้การหมุนเวียนของเลือด และของเหลวในร่างกายดีขึ้น ส่งผลดีต่อการขับของเสียออกจากร่างกาย

สรรพคุณของกล้วยใบน้อยถือเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

เมื่อกินกล้วย เราจะได้รับวิตามินบี1 และบี 2 เร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า รวมทั้งเกลือแร่ เช่น โปรแตสเซียม ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ และแมกนีเซียม ช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม อีกทั้งยังมีเส้นใย บรรเทาอาการท้องผูกได้ดี แต่มักเป็นสารอาหารที่เรามักไม่ได้รับให้เพียงพอในแต่ละวัน

นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ในการขับพิษสูง เพราะแป้งในกล้วยดิบจะช่วยดีท็อกซ์ ส่วนกล้วยสุกช่วยเสริมภูมิต้านทานป้องกันหวัดได้ดี

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงคุณสมบัติพื้นฐาน

กล้วยยังมีสารโพลีฟินอล มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่ชะลอความแก่ และสารยูจินอล ซึ่งเป็นไฟโตเคมีคัล ที่ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย รวมถึงเซโรโทนิน ช่วยลดอาการหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง ตลอดจนตัวเอ็นไซม์ช่วยย่อยในเนื้อกล้วยเอง ก็จะทำให้การย่อยเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นการประหยัดเอ็นไซม์ในร่างกาย ช่วยให้คลายความเหนื่อยล้าไปในตัว

น้ำตาลในกล้วย ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มีสมาธิกับการทำงานมากขึ้น และส่งผลให้ความถี่และปริมาณการบริโภคน้ำตาลในระหว่างวันลดลงไปโดยปริยาย

ที่น่าทึ่งไปกว่านั้น มีผลวิจัยว่ากล้วยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จัดการมะเร็งได้ด้วย

ข้อดีขนาดนี้ ถึงเวลาใช้ชีวิตสไตล์กล้วยมื้อเช้าอย่างถูกวิธีกันแล้ว

เริ่มจากกินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า จะกี่ลูกก็ได้ตามต้องการ เคี้ยวให้ละเอียด ปล่อยให้ลิ้นได้รับรสอร่อยของกล้วยอย่างเพลิดเพลิน

หลังจากกินเสร็จแล้วยังหิวอยู่ ให้เว้นระยะเวลา 15-30 นาที จึงรับประทานอย่างอื่น เช่น ข้าว หรือแอบอมลูกกวาดก็ได้ไม่ว่ากัน

แต่ถ้าวันไหนเบื่อกล้วย หรือไม่ชอบกล้วยหอมจริงๆ จะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นก็ได้ แต่ขอให้เป็นผลไม้ชนิดเดียวเท่านั้น เพื่อแบ่งเบาภาระของกระเพาะของเราไม่ให้เหนื่อยเกินไปที่จะผลิตน้ำย่อยกรดด่างต่างกัน แล้วตีกันให้ปั่นป่วน

มาถึงการดื่มเฉพาะน้ำเปล่า ณ อุณหภูมิห้อง และดื่มบ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณ เดี๋ยวพานจะเครียดเปล่าๆ จงดื่มเท่าที่พอใจ เพื่อให้ประสาทการรับรสดีขึ้น ซึ่งต่างจากน้ำดื่มที่มีรสชาติ มันจะทำให้ประสาทการรับรสแย่ลง ส่งผลให้เราต้องเพิ่มปริมาณอาหารโดยไม่จำเป็น

อีกทั้ง น้ำเปล่ายังไม่ต้องย่อยที่กระเพาะอาหารและลำไส้ จึงเป็นการปล่อยให้พวกมันได้เวลาพักไปในตัว

ส่วนมื้อกลางวัน จะกินอะไรก็ได้ แต่ต้องเคี้ยวให้ละเอียด กินให้เต็มที่ หากกั๊กไว้ เสี่ยงกินจุบกินจิบระหว่างวัน แผนการที่วางไว้ตั้งแต่ต้นจะล้มครืนลงทันที

พอถึงบ่ายสามก็กินของว่างได้บ้าง โดยเฉพาะของว่างประเภทข้าว ช็อกโกแลต หรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น และกินอาหารเย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเวลาเหมาะสมจะอยู่ที่ 6 โมงเย็นแต่ไม่เกิน 2 ทุ่ม และพยายามกินให้เร็วขึ้นจากปัจจุบันสักครึ่งชั่วโมงจะดีมาก รวมทั้งไม่รับประทานของหวานหลังอาหารเย็น

หลังจากใส่ใจอาหารการกิน ก็ต้องนอนหลับให้ไวขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องนอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้ และให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมจนเกินไป ทำให้พอเหมาะ เพื่อร่างกายสดชื่น แล้วสูตรกล้วยไดเอ็ทนั้นก็จะสัมฤทธิผลดั่งใจ

ส่วนผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจต้องกลับไปทบทวนกันสักนิดว่า นอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เหนื่อยล้าตลอดเวลา พึ่งยาเป็นประจำ เครียดมาก และเคยลองไดเอ็ทแบบไม่กินคาร์โบไฮเดรตมาแล้วหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้น ลองปรับพฤติกรรมเสียใหม่ ก็ยังไม่สายเกินไปนัก

สำหรับข้อเสียจากวิธีลดน้ำหนักด้วยกล้วยมื้อเช้านั้น นอกจากจะเบื่อหน่ายบ้าง เพราะกินได้แค่กล้วยกับน้ำ แถมมื้อดึกต้องกินเพียงผลไม้เท่านั้น และเข้านอนก่อนเที่ยงคืนด้วย และอาจไม่เหมาะกับทุกคน เพราะบางคนแพ้ยางกล้วย หรือแพ้กล้วยจนเกิดอาการคัน หรือมีผื่นแดง กับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่กำลังป่วยอยู่

แต่ยังไง ไดเอ็ทก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ





อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ช่วยลดความเสี่ยงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

9 10 2009

09 ตุลาคม 2552

Link : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNakE1TVRBMU1nPT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09TMHhNQzB3T1E9PQ==

วารสารจิตเวชศาสตร์ “อาร์ ไคฟ์ ออฟ เจเนรัล ไซคิอาทรี” ของสเปน รายงานว่า คณะนักวิจัยสเปนจากหลายมหาวิทยาลัยศึกษาร่วมกันพบว่า อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ช่วยลดความเสี่ยงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เครื่องปรุงส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยผัก ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวไม่ขัดขาว และปลา ผลการศึกษาประชากรสเปน 11,000 คน ที่ทานอาหารแบบนี้เป็นประจำ เมื่อเทียบกับคนไม่ได้ทาน พบว่า กลุ่มแรกมีโอกาสป่วยเป็นโรคหรือมีอาการโรคซึมเศร้าน้อยกว่ากลุ่มหลัง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะอะไรเบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจสืบเนื่องมาจากอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมีคุณสมบัติทำให้ระบบทางเดินโลหิตดีขึ้น ลดการติดเชื้อและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ซึ่งทั้งหมดช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคซึมเศร้าได้ และอาหารชนิดเดียวกันนี้ยังช่วยป้องกันโรค เช่น หัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และหอบหืด

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในภูมิภาคที่หาอาหารเมดิเตอร์เรเนียนทานได้ง่ายๆ นักวิจัยแนะนำให้บริโภค ถั่วฝักยาว ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืช ผัก ปลา ดื่มนมพอประมาณ และเลือกทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว





สกัดน้ำผลไม้ดื่มล้างพิษลำไส้

9 10 2009

09 ตุลาคม 2552

Link : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=457&contentId=24993

เมนูเครื่องดื่มที่ ‘กินดี’ นำมาฝากผู้อ่านเดลินิวส์ออนไลน์วันนี้ เป็นเครื่องดื่มสกัดจากผลไม้ 3 ชนิด อันได้แก่ สตรอว์เบอร์รี่ ลูกพีชหรือลูกท้อ และแอปเปิ้ลแดง แถมยังมีน้ำแร่รวมอยู่ในส่วนผสม การันตีว่าดื่มแก้วนี้แล้วจะได้ล้างพิษในลำไส้ แถมยังช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่

สำหรับ ‘สตรอเบอร์รี่’ ผลไม้ขวัญใจสาว ๆ อุดมไปด้วยแคลเซียม คลอรีน โซเดียม กำมะถัน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี กรดโฟลิก และไบโอติก เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ล้างพิษให้ร่างกายสะอาด ช่วยย่อยอาหาร บรรเทาอาการจุกเสียด แน่นท้อง บำรุงเลือดและผิวพรรณ แถมยังบรรเทาอาการไอ ขับปัสสาวะได้ดี

มาที่ ‘ลูกพีช’ เปี่ยมไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก เบตาแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียม มักรวมอยู่ที่บริเวณเปลือก ดังนั้น การนำลูกพีชมาทำเป็นเครื่องดื่ม หลังจากล้างจนสะอาดแล้วให้คว้านเพียงเมล็ดออก รับประทานลูกพีชหรือดื่มน้ำจากลูกพีชจะช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่

ส่วน ‘แอปเปิ้ล’ มีเบตาแคโรทีน วิตามินซี และไฟโตเคมิคอล เควอเซติน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กรดมาลิก กรดแทนนิก รวมทั้งเส้นใยเพ็กตินที่มีอยู่มากบริเวณแกนผลแอปเปิ้ล ทำหน้าที่ชะล้างลำไส้เล็กอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยย่อยอาหาร ทำความสะอาดกระเพาะอาหารและสำไส้ พิษที่ถูกสารอาหารในแอปเปิ้ลชะล้างจะถูกขับออกมาทางกระแสเลือดแล้วจึงปล่อยออกสู่อวัยวะที่มีหน้าที่ขับถ่าย นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 ช่วยลดความเครียด ล้างพิษในไตและตับ

และ ‘น้ำแร่’ จะมีแร่ธาตุตามธรรมชาติผสมอยู่หลายชนิดแตกต่างกันตามแหล่งน้ำ โดยเกลือซัลเฟตของโซเดียม หรือแมนีเซียม ที่มีอยู่น้ำแร่เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย เป็นยาระบาย

หากต้องการดื่มให้ร่างกายได้ประโยชน์ ควรเตรียมส่วนผสมให้ได้สัดส่วนดังต่อไปนี้

สตรอว์เบอร์รี่ 1 ถ้วย
ลูกพีช 1 ถ้วย
แอปเปิ้ลแดง 1 ถว้ย
น้ำแร่ 1 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

วิธีปรุง เริ่มด้วยการทำความสะอาดผลไม้ทั้ง 3 ชนิด จากนั้นให้หั่นสตรอว์เบอร์รี่และลูกพีชเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยแอปเปิ้ลหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วนำผลไม้ทั้งหมดไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ไผลไม้ เติมน้ำแร่ลงไปในน้ำที่สกัดได้ คนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งป่นเล็กน้อยดื่มได้ทันที

ปรุงดื่มสม่ำเสมอ รับรองลำไส้ของคุณจะไม่ใช่ที่โปรดปรานของมะเร็งร้าย





ดี? ไม่ดี? เทรนด์สุขภาพใหม่ “น้ำมันมะพร้าว”

9 10 2009

08 ตุลาคม 2552

Link : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000118657

ย้อนหลังไปราวสิบปีมานี้ คนไทยที่ให้ความสนใจในข่าวสาร จะต้องเคยได้ยินและรับทราบถึงกระแสการแห่ไปรับประทานน้ำลูกยอ ที่ฮือโหมกระแทกแสกหน้าสังคมสุขภาพกราวใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ซาไป เพื่อเปิดทางให้พายุลูกใหม่อย่าง “กระชายดำ” เข้ามาแทนที่…กระแสกระชายดำเกี่ยวกระหวัดรัดรึงสังคมไทยได้สักพักก็ค่อยๆ คลายตัวแทบจะในจังหวะเดียวกับที่ “แคปซูลมะรุมและแคปซูลขี้เหล็ก” จะเข้ามาเป็นที่ฮือฮาให้ผู้ที่รักสุขภาพแบบ “ฮิตกินตามเทรนด์” ควักกระเป๋าหาซื้อมาทดลองบำรุงกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ขณะนี้ล่วงเข้าไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ.2552 เทรนด์สุขภาพได้ย้ายมาหยุดอยู่ที่น้ำมันมะพร้าวแบบหีบเย็น หรือที่รู้จักในนาม เวอร์จิ้นโคโค่นัทออยล์ ที่หันไปทางไหนก็มีแต่เสียงที่ชักชวนให้ลอง บางคนลองแล้วได้ผลก็มาบอกต่อผ่านสื่อต่างๆ เริ่มจากวงแคบๆ แบบปากต่อปาก ไปจนถึงการโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต ทำให้กระแสฮิตกินน้ำมันมะพร้าวไปเร็วและขยายไกลเหมือนไฟลามทุ่ง และในขณะที่มีผู้นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม ก็มีผู้รักสุขภาพบางรายยังสงสัยและไม่แน่ใจถึงสรรพคุณที่แท้จริงของน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นนี้

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าเท้าความเกี่ยวกับ “น้ำมันมะพร้าว” ในสังคมไทย ว่า ก่อนหน้านี้ ราวๆ สามสิบปีที่แล้ว ประเทศไทยเกิดกระแสความกลัวที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นความกลัวที่ส่งผ่านมาจากประเทศในซีกโลกฝั่งตะวันตก และโยนบาปทั้งหมดลงไปที่น้ำมันมะพร้าว ด้วยเหตุที่น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูงที่สุดคือมีอยู่ราวๆ 80-90% ทำให้กิจการสวนมะพร้าวของบรรดาเกษตรกรทั้งหลายพังกันไปเป็นแถบๆ

“ทั้งที่แต่โบราณมา คนไทยใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบหลักในการทำอาหาร แต่เมื่อกระแสกลัวเป็นโรคหัวใจเมื่อสักสามสิบปีก่อนเข้ามา คนก็เลยเลิกกินน้ำมันมะพร้าวไปเลย ที่เล่าให้ฟังนี่เพื่อจะได้ให้เห็นภาพจากแง่บวกสู่แง่ลบแล้วก็กลับมาบวกอีก อันนี้เป็นเรื่องของกระแส จากที่กินกันเป็นปกติ กลายมาเป็นผู้ร้ายที่จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ จนทุกวันนี้จู่ๆ มันก็กลับชาติมาเกิดเป็นพระเอกเสียอย่างนั้น”

รศ.ดร.วินัย ให้ภาพการถาโถมของกระแสการกินน้ำมันมะพร้าวในปัจจุบัน ว่า เกิดจากกระแสของคนกลุ่มเล็กๆ ที่มองว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารมหัศจรรย์ โดยมุ่งประเด็นไปในมุมมองที่ว่า ในน้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันขนาดความยาวไม่เกิน 12 คาร์บอน ซึ่งมีลักษณะเมตาบอลิซึมเหมือนน้ำตาล ย่อยได้ที่ตับ ไม่ตกค้างเป็นไขมัน และในบางกลุ่มที่นิยมกินน้ำมันมะพร้าว เชื่อว่า กรดไขมันนี้จะดึงเอาพลังงานเก่ามาใช้ ช่วยให้ลดไขมันและลดความอ้วนได้

“ข้อจำกัดของกรดไขมันขนาดกลางอยู่ที่จะถูกทำลายเมื่อโดนความร้อน ภาคธุรกิจจึงได้คิดค้นกรรมวิธีการสกัดน้ำมันมะพร้าวแบบไม่ใช้ความร้อนหรือที่เรียกว่า “หีบเย็น” ก็ได้ออกมาเป็นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์พอสมควร ก็คือ เวอร์จิ้นโคโค่นัทออยล์ ซึ่งราคาขวดละหลายร้อย ในขณะที่น้ำมันมะพร้าวที่เรานำมาทอดมาผัด แต่เดิมมันอยู่แค่ขวดละไม่กี่สิบบาท มันเป็นเรื่องของธุรกิจและการโฆษณา คนก็แห่กันไปซื้อมากิน แต่การกินก็จะเป็นลักษณะแบบ เอามาใส่แคปซูลบ้าง เพราะกินสดๆมันค่อนข้างหืน หรือบางคนก็จิบๆเอาเหมือนกินยาแก้ไอ”

คณบดีคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาฯ ยืนยันว่ายังไม่มีการศึกษาวิจัยและรับรองผลการกินน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นนี้ว่ามีผลดีต่อร่างกายแต่อย่างใด ทางคณะเองก็ได้ทดลองและศึกษาวิจัยในประเด็นนี้ ผลก็ออกมาว่า กระแสความเชื่อที่เชื่อกันว่าเวอร์จิ้นโคโค่นัทออยล์ สามารถลดคอเลสเตอรอล ลดความอ้วน ลดไขมันตัวร้าย ไม่เป็นความจริงตามคำโฆษณาแต่อย่างใด

“เราทดลองกันเอง คือ มันมีกรดไขมันขนาดกลางจริง แต่การกินในปริมาณน้อยๆ ที่นิยมกินกันแบบสองช้อนชา หรือใส่แคปซูลวันละไม่กี่ซีซีนั้นไม่ได้ผลตามที่เชื่อกัน คือถ้ากินมากกว่านั้นมันอาจจะได้ผลก็ได้ เช่น เอาไปทำน้ำสลัด แต่ด้วยราคาที่ขวดละสองสามร้อยบาทมันไม่เอื้อให้เรากินทีละมากๆ อย่างถ้าทำน้ำสลัด มันจะกลายเป็นว่าน้ำสลัดจะแพงกว่าสลัดทั้งจาน มันมีวิธีอีกมากมายที่จะลดคอลเลสเตอรอล และทำให้สุขภาพดี ไม่ใช่มีแค่การกินน้ำมันเวอร์จิ้นโคโค่นัทออยล์ คือ ง่ายที่สุด ไม่เสียเงิน ออกกำลังกายครับ ร่างกายแข็งแรงแน่นอน แล้วก็ควบคู่ไปกับกินผักผลไม้ กินไฟเบอร์ กินอาหารที่มีกากใย กินกระเทียม กินธัญพืชไม่ขัดสี ลดการกินเนื้อสัตว์ เท่านั้นก็ได้ทั้งสุขภาพดี น้ำหนักลด คอลเลสเตอรอลลด ไขมันลด ไม่แพง ไม่ยุ่งยาก มีงานวิจัยรองรับว่าได้ผลปลอดภัย”

รศ.ดร.วินัย สรุปทิ้งท้ายด้วยว่า แม้จะศึกษาวิจัยกระแสการกินน้ำมันมะพร้าวหีบเย็นออกมาได้ผลเช่นนี้ ก็ยังนับว่ามีข้อดี คือสังคมจะได้เรียบรู้ว่า No Good Food, No Bad Food and No Super Food คือไม่มีอาหารใดที่ดีไปหมดทุกอย่าง ไม่มีอาหารใดเลวไปหมดทุกอย่าง แต่ไม่มีอาหารใดที่จะมหัศจรรย์ไร้ที่ติ แต่มันขึ้นอยู่กับการนำไปใช้





สังกะสีแก้โรคท้องร่วง

9 10 2009

07 ตุลาคม 2552

Link : http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01lif09071052&sectionid=0132&day=2009-10-07

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าในแต่ละปีจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวนกว่า 1.6 ล้านคน ต้องเสียชีวิตจากโรคท้องร่วง ซึ่งโรคดังกล่าวได้คร่าชีวิตเด็กในทวีปแอฟริกาและเอเชียมากกว่าโรคมาลาเรีย หรือโรคเอดส์ และยังทำให้ผู้ใหญ่และเด็กอีกนับล้านคนต้องหยุดงาน หยุดเรียน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นายโอลิวิเอร์ ฟ็องแตง (Olivier Fontaine) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคท้องร่วง องค์การอนามัยโลก ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ (Bill and Melinda Gates) และองค์การพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือหมู่บ้านต่างๆ ในประเทศบังกลาเทศ อินเดีย สาธารณรัฐมาลี ปากีสถาน รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในแถบแอฟริกา โดยแจกจ่ายอาหารเสริมแร่ธาตุสังกะสีทั้งชนิดเม็ดและน้ำให้ชาวบ้าน

และพบว่าตั้งแต่ปี 2551-2552 ที่มีการให้แร่ธาตุสังกะสีในรูปของอาหารเสริมแก่ชาวบ้าน สามารถยับยั้งอาการโรคท้องร่วงได้และไม่มีเด็กเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวอีก เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายโอลิวิเอร์ ฟ็องแตง อธิบายว่า เนื่องจากแร่ธาตุสังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อเอ็นไซม์กว่า 300 ชนิด การเสริมแร่ธาตุสังกะสีช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น และยังป้องกันการเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงได้ ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกมีความหวังว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาอาหารเสริมแร่ธาตุสังกะสีให้ได้มาตรฐานและใช้เป็นยาสามัญประจำบ้านได้

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลในการสัมมนาเรื่อง “ธาตุสังกะสีต่อสุขภาพ” (Impact of intervention to enhance zinc status) ในการประชุมโภชนาการนานาชาติ ครั้งที่ 19 วันที่ 7 ตุลาคมนี้ เวลา 11.00-12.30 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ ไบเทค บางนา หรือ www.icn2009.com





อุปกรณ์ช่วยผ่าตัด-ตู้ชุมสายขนาดเล็ก

9 10 2009

07 ตุลาคม 2552

Link : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentID=24485

คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมแห่งชาติปีนี้

อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดโรคพังผืดกดรัดเส้นประสาทข้อมือ ผลงานแพทยศาสตร์ มอ. คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมแห่งชาติด้านสังคม ส่วนระบบชุมสายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขนาดเล็ก ฝีมือคนไทยคว้ารางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศผลรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2552 โดยนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านสังคมคือ อุปกรณ์ช่วยผ่าตัดโรคพังผืดกดรัดเส้นประสาทข้อมือ “สงขลานครินทร์” โดยภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 ปีนี้ไม่มีผู้ได้รับรางวัล ส่วนรางวัลชมเชยมี 3 รางวัลคือ “CU-DETECT” ชุดตรวจสำเร็จรูปสำหรับตรวจไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชุดตรวจหมู่เลือด ไมโครทิวบ์ เจล เทสต์ จากบริษัทอินโนว์ (ประเทศไทย) จำกัด และเรือปฏิบัติการความเร็วสูงสำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือของบริษัท มาร์ชัน จำกัด

สำหรับนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเศรษฐกิจ คือ “ฟอร์ท” ระบบชุมสายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยบริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ เยื่อกระดาษทดแทนจาก เศษกระดาษลามิเนทใช้แล้ว ของบริษัทเฟล็กโซ่ รีเสิร์ช กรุ๊ป จำกัด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ C-Move ระบบบริหารการขนส่ง ของบริษัท ดีเอ็กซ์ อินโนเวชั่น จำกัด และรางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ B-Move ระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ ไร้สายเพื่อใช้ในการติดตามยานพาหนะ ของบริษัท เซ้าท์อีสท์เอเชียเทคโนโลยี จำกัด ร่วม กับมหาวิทยาลัยบูรพา และ “เลคิเซ่” หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ชนิด T5 มาตรฐานเบอร์ 5 จากบริษัทลี้ กิจเจริญแสง จำกัด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สุนทร วงษ์ศิริ แพทยศาสตร์ มอ. เจ้าของรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านสังคม เปิดเผยว่า อุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมครั้งแรกของโลก ทำจาก สเตนเลสและไทเทเนียม ใช้สำหรับงานผ่าตัดเพื่อรักษาอาการชาจากโรคพังผืดกดรัดเส้นประสาทข้อมือ ซึ่งประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมาก ช่วยให้ผ่าตัดได้สะดวก มองเห็นช่องว่างระหว่างเส้นประสาทเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน ลดเวลาในการผ่าตัดจาก 3-4 ชั่วโมง เหลือเพียง 8-10 นาที นอกจากนี้ยังมีแผลขนาดเล็กเพียง 1.5-1.8 เซนติ เมตร จากการผ่าตัดแบบเดิมที่มีแผลขนาดใหญ่ 3-5 เซนติเมตร ปัจจุบันมีการใช้งานในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ด้านนายพงษ์ชัย อมตานนท์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทฟอร์ทฯ เปิดเผยว่า ระบบชุม สายโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขนาด เล็ก เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ลดการนำเข้าที่ตอบโจทย์ปัญหาชุมสายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เดิมใช้ สำหรับให้บริการด้านโทรศัพท์อย่างเดียว โดยออกแบบใหม่ให้สามารถให้บริการได้ทั้งโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์สาธารณะ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบไฟเบอร์ทูโฮม ชุมสายขนาดเล็กนี้สามารถติดตั้งใกล้กับชุมชนที่ ใช้บริการได้มากขึ้น ลดปัญหาเรื่องความเร็วของ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่จะลดลงตามระยะทาง และช่วยลดการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ ปัจจุบันติดตั้งให้กับทีโอทีไปแล้ว 5 แสนเลขหมายทั่วประเทศ.





Orchestra Investor Group

1 10 2009

http://www.jobtopgun.com/jobpost/jobpost?id_emp=3591&id_p=103

Orchestra Investor Group is a venture capital company that initiates, invests in, and manages entertainment, education, fashion, real estate, and charity projects. Some of our projects include Superstar TV Show broadcasted on Modernine TV, Superstar Academy, the international music and performing arts school, Fiange, a jewelry and handbag brand, Suptawee Home Factory, and projects for His Majesty the King such as the Thai-flag wristband and the 60 Million, One Heart book.

Our mission is to create large-scale projects that are creative, unique, and beneficial to the society. We believe in teamwork, creativity, and professionalism and treat everyone in our organization, partners, and sponsors with honesty and loyalty.

We work on education projects because education shapes the future of the world. Our fashion projects allow us to express our identity, ideas, and imagination in style in the way we dress. Through our entertainment projects, we make life fun and exciting while we communicate our values across to other people. We develop land and build good communities and safe environments with our real estate projects. And we believe in giving back to the society and being responsible citizens of the world. And through our charity projects we help other people reach out to the greater community as well.

Orchestra is not just a company. It is a way of life. Every employee is like a musician in a symphony orchestra who plays a key role in the success of the company.

Everyone is important and without one person, the song we play wouldn’t sound complete. The music we perform to the world are the creative projects that we create to make a positive impact to the society. Teamwork is the air we breathe. And the song wouldn’t sound so good if we were so stiff. So we have fun playing our music!

We handle high pressure jobs but we laugh as we do it. We are competing with time and reaching high targets, but we help each other along the way cause we are a family. If you walk into our door, you will see that this is our company culture!

We are currently seeking people with the Orchestra DNA to join our team. If interested, please send your cover letter and resume to our HR Manager at hr@orchestra-group.com.

For more information, please visit www.orchestra-group.com, www.superstartvshow.com, www.superstar-academy.com, www.fiange.com, www.tfwob.org, and www.60milliononeheart.org. Thank you.
*********************************

Philosophy

We believe that professionalism, creativity, and teamwork will bring success. Professionalism means working effectively and efficiently. We are organized, systematic, and logical in the way we think and make decisions. Creativity allows a person to see things that most people don’t, come up with breakthrough ideas in marketing that contribute to sales increase, and solve problems in everyday operations. Everyone is encouraged to voice their opinions. Everyone in our organization must be creative because they contribute to ideas that make a difference in the way we work. With teamwork we can climb any mountain, cross any river, beat any competition, and reach our targets.

We believe that work should be fun. We can laugh all day while we are responsible and meet the high demands of our customers. Being stressed out and serious will not make any sales go higher! But if you have fun, you will be more creative and productive.

We believe that honesty, loyalty, and social responsibility will make life better for the greater community. We believe that by giving to others, we will receive the greater rewards in life….happiness
***********************************

Profile

Orchestra is a venture capital company that initiates, invests in, and manages entertainment, education, fashion, real estate, and charity projects. Our mission is to create large-scale projects that are creative, unique, and beneficial to the society. We believe in teamwork, creativity, and professionalism and treat everyone in our organization, partners, and sponsors with honesty and loyalty.

We work on education projects because education shapes the future of the world. Our fashion projects allow us to express our identity, ideas, and imagination in style in the way we dress. Through our entertainment projects, we make life fun and exciting while we communicate our values across to other people. We develop land and build good communities and safe environments with our real estate projects. And we believe in giving back to the society and being responsible citizens of the world. And through our charity projects, we help other people reach out to the greater community as well.

Orchestra is not just a company. It is a way of life. Every employee is like a musician in a symphony orchestra who plays a key role in the success of the company. Everyone is important and without one person, the song we play wouldn’t sound complete. The music we perform to the world are the creative projects that we create to make a positive impact to the society. Teamwork is the air we breathe. And the song wouldn’t sound so good if we were so stiff. So we have fun playing our music! We handle high pressure jobs but we laugh as we do it. We are competing with time and reaching high targets, but we help each other along the way cause we are a family. If you walk into our door, you will see that this is our company culture!





Kao Commercial (Thailand) Co.,Ltd.

1 10 2009

Kao has been operating in Thailand for over 45 years developing real strength in its core categories. “Attack, Attack Easy” detergent products, “Laurier” sanitary napkin products, “Feather, Asience, Essential” hair care products, “Biore” personal care products, and “Haiter, Magic Clean” home care products. The future is bright for a dedicated, energetic and innovative team player who can help Kao Realize its ambitious vision for the future as a :

Sales Training Manager
Job Descriptions:
- Have full responsibility in the in-house training for sales
& supporting teams
- Manage and operate training courses for sales & supporting
teams i.e. Min-MBA, Logical Communication, In Store
Merchandising, etc.
- Prepare training material, equipment and venue.
- Review and renovate courses as necessary, in order to adapt
to the changes that occur in the market
- Plan the annually training program
- Control annually budget and expenditure

Qualification:

- Thai nationality
- Male or female, age between 28-35 years old
- Bachelor degree or Master degree in Business Administration
or related field
- 3-4 years experience in planning and executing in-house
training processes; experience in designing and
developing training programs in FMCG would be
and advantage.
- Fluency in spoken & written English and computer literacy
- Attractive personality and good social connections
- Able to travel extensively in up-country

An attractive remuneration package will be commensurate with successful candidate. Interested applicants are invited to submit application letter along with full resume indicating qualifications and experience, a transcript, a recent photo and expected salary to:

For more information please visit http://www.kao.com/th





ฝึก “ดนตรีปรับพลังชีวิต”แบบจีนโบราณ”ไม่กินยา-ไม่ฝังเข็ม” รักษาโรคกาย-จิตได้ผล!

1 10 2009

01 ตุลาคม 2552

Link : http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9520000112015

โรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด ความเครียดสะสมทั้งจากการทำงาน และจากการดำเนินชีวิต ทำให้คนในเมืองมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นโรคป่วยทางจิต กระทั่งก่อให้เกิดผลกระทบทางร่างกาย ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนมากที่ประสบภาวะโรคซึมเศร้า แน่นอนว่ายาคือทางออกหนึ่งในการรักษาพยาบาล แต่ศาสตร์ “ดนตรีปรับพลังชีวิต” ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีการถ่ายทอดมาจากจีนโบราณก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

เลือดคือยิน-ชี่คือหยาง

อาจารย์เจียม สุจริตวิศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาตามแนวแพทย์แผนจีน และเป็นผู้นำวิชาดนตรีปรับพลังชีวิตมาเผยแพร่ในประเทศไทยเป็นคนแรก เปิดเผยว่า วิชาดนตรีปรับพลังชีวิต เป็นวิชาของนักปราชญจีนโบราณ ตั้งแต่ยุคสมัยฮ่องเต้หวางตี้ ที่มีการฝึกฝนกันมา โดยนักปราชญ์คนที่คิดค้นได้เขียนตำราไว้ชื่อ คัมภีร์แพทย์จีน “หวังตี้เน่ยจิง” และมีการฝึกกันในราชสำนัก แต่ต่อมาหลังจากจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้มีการเผาเอกสารความรู้ด้านจีนโบราณทิ้งไป แต่วิชานี้ยังมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งมีคนที่รู้จักศาสตร์นี้น้อยมาก

โดยตนเองได้ไปศึกษาต่อด้านการแพทย์แผนจีน และพบผู้ถ่ายทอดวิชานี้ ซึ่งเนื้อหาวิชาที่เรียกว่าเป็นการรักษาโรคโดยไม่ใช้ยา ไม่ใช้เข็ม จึงสนใจและทำการศึกษา

ศาสตร์นี้ จะเน้นการใช้ดนตรี 5 เสียงบรรเลง มาฝึกวิธีการเปิดพลังในร่างกายของคนที่ฝึก หรือที่เรียกว่า “ชี่” หรือ “พลังชีวิตที่อยู่ข้างใน” โดยดนตรีจะทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับร่างกายของผู้ฝึกทำให้เกิดการขับเคลื่อนพลังหลั่งไหลไปในร่างกาย

โดยตามหลักการของแพทย์แผนจีน การไหลเวียนของเลือดจะต้องอาศัยพลังชี่เป็นแรงผลักดัน เนื่องจากเลือดมีลักษณะเป็นยิน (อิน) คือชอบอยู่นิ่ง และให้ความชุ่มชื้น ไม่สามารถไหลเวียนได้เอง ขณะที่ชี่ มีพลังเป็นหยาง ชอบเคลื่อนไหวและให้ความอบอุ่น ชี่กับเลือดจึงสัมพันธ์กันด้วยกฎของพลังยิน-หยางในระบบการไหลเวียนในร่างกาย จนแพทย์จีนมีคำกล่าวว่า พลังวิ่งเลือดเดิน พลั่งนิ่งเลือดหยุด

“พลังนี้มีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ฝึก ไม่ได้เปิดมาใช้ ตรงนี้จะทำอย่างไรให้พลังออกมาโคจรตามเส้นต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังและเลือดเดินได้อย่างสมบูรณ์ และสมดุล รวมถึงกล้ามเนื้อและโครงกระดูกก็จะถูกพลังของเราขยับจนเข้าที่เข้าทาง เรียกว่าดนตรีพาให้พลังขับเคลื่อนให้ชีวิตแข็งแรง รักษาโรคภัยไข้เจ็บ”

ท่าแต่ละท่าในการฝึกจะเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกายโดยใช้พลังภายใน (ชี่)ในการขับเคลื่อน เช่น ท่าขุดลอกเส้นตับ ท่าปรับภาวะของไต ฯลฯ ซึ่งจะใช้ดนตรี 5 เสียงเข้ามาช่วย

ดนตรี 5 เสียงกับธาตุทั้ง 5

โดยดนตรี 5 เสียงจะสัมพันธ์กับพลัง 5 ธาตุ และพลังยิน-หยางในร่างกาย และแต่ละธาตุจะช่วยคุมอารมณ์แต่ละประเภทด้วย โดยธาตุทั้ง 5 ได้แก่

ธาตุดิน จะใช้เสียงฆ้องดินจีน หรือเครื่องดนตรีที่ทำจากดิน โดยจะสัมพันธ์กับพลังงานของม้าม และกระเพาะอาหาร ไปกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของระบบอวัยวะทั้ง 2 ส่วนนี้ให้มีประสิทธิภาพ ผลด้านสุขภาพจะช่วยในระบบการเผาผลาญอาหารและลำเลียงสารอาหารไปสู่อวัยวะต่างๆ ช่วยให้เจริญอาหาร ให้ร่างกายสร้างเลือดเพิ่ม ลดปัญหาเกล็ดเลือดน้อย เวียนหัว คลื่นไส้ เย็นปลายมือ ปลายเท้า เหน็บชา ลดความกังวลใจ โดยเฉพาะจะช่วยให้ไม่เกิดการย้ำคิดย้ำทำ

ธาตุทอง จะใช้เสียงปี่ทองเหลือง หรือเครื่องดนตรีที่ทำจากโลหะ เช่น กระดิ่ง ระฆัง หรือเครือเป่าโลหะ เช่น แซคโซโฟน แตรทรัมเป็ท หรือ เครื่องดีดที่ใช้สายโลหะเช่น เปียโน ในการบรรเลง จะช่วยเพิ่มพลังงานของปอดและลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะส่งผลด้านสุขภาพคือ จะช่วยเกี่ยวกับระบบการหายใจ และปอด แก้ปัญหาการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ กลัวหนาว ชาตามข้อ ไข้หวัดทั่วไป ปวดไหล่ เจ็บคอ ท้องเสียหรือร่วง ปวดเส้นตามข้อและใบหน้า คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ และสำหรับด้านอารมณ์จะดีมากสำหรับโรคซึมเศร้า และอาการเศร้าโศกเสียใจบ่อยๆ

ธาตุน้ำ จะใช้เสียงรัวของกลอง หรือเครื่องดีดและสีที่ทำจากหนัง ที่ให้เสียงคล้ายจักจั่น เช่น แบนโจ สะล้อ หรือซอ โดยจะเป็นการเปิดช่องพลังงานของไต และกระเพาะปัสสาวะ ผลด้านสุขภาพจะช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการขับเคลื่อนน้ำในร่างกาย แก้อาการบวมน้ำ หูอื้อ ถุงน้ำในต่อมลูกหมาก หนองใน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ความดันสูง ความดันต่ำ เบาหวาน ไตอักเสบ ฯลฯ อีกทั้งยังช่วยในการลดน้ำหนัก ด้านอารมณ์จะช่วยรักษาอาหารคร่ำครวญ หรือตกใจง่ายด้วย

ธาตุไม้ จะใช้เสียงขลุ่ยไม้ไผ่หรือเครื่องเป่าที่ทำจากไม้ เช่น ขลุ่ยไม้ โปงลาง ระนาด อังกะลุง ฯลฯ โดยจะเข้าสู่ร่างกายทางช่องพลังงานของตับและถุงน้ำดี ช่วยในเรื่องเกี่ยวกับตับ อาการรุ่มร้อนกังวล นอนไม่หลับ นอนผวา กระหายน้ำ อ่อนเพลีย เลือดจาก ตับอักเสบ ตับแข็ง อาการต่างๆ ของถุงน้ำดี สำหรับคนตั้งครรภ์จะช่วยแก้ปัญหาปวดหลัง ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาการปวดจากข้อเท้าถึงต้นขา ช่วยเสริมสร้างสมองของเด็กในครรภ์ ส่วนด้านอารมณ์จะช่วยได้ดีสำหรับคนที่โกรธบ่อย อารมณ์พิการ หรือ ฉุนเฉียวอะไรง่ายๆด้วย

ธาตุไฟ จะใช้เสียงพิณกู่เจิง หรือ เครื่องสาย เช่น จระเข้ ขิม โดยจะเข้าสู่ร่างกายโดยช่องพลังงานของหัวใจและลำไส้เล็ก จะช่วยในเรื่องเกี่ยวกับหัวใจ ระบบการไหลเวียนของเลือด เส้นเลือดอุดตัน แน่นหน้าอก หอบหืด และไอแบบมีเสมหะ ปวดไหล่ ปวดข้อ ความดัน ใจสั่น ฯลฯ รวมทั้งปัญหาด้านสุขภาพจิต และอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง

“ธาตุไฟนี้ จะมีอาการของหัวใจ ที่จะพบในบางรายคือ บางคนอยู่ดีๆ ก็หัวเราะขึ้นมาไม่มีสาเหตุ ตรงนี้เกิดจากพลังเข้าหัวใจมีมากไปจนคุมไม่อยู่”

โรคซึมเศร้า-ได้ผลดี

ทั้งนี้ ผู้ที่จะฝึกวิชานี้อยากแนะนำว่า สามารถฝึกได้ทุกเพศทุกวัย และไม่ควรให้มีอาการทางโรคปรากฏแล้วค่อยมาฝึก เพราะทุกวันนี้มีหลายคนที่เป็นโรคร้าย อาการสาหัสแล้วอยากมาฝึก เช่น โรคเนื้องอก โรคมะเร็ง แต่การฝึกต้องมีการบังคับตัวเอง ต้องยืน ต้องอดทนในการฝึก เพราะต้องใช้ระยะเวลา และความตั้งใจจริง แต่ถ้าร่างกายป่วยหนักไปแล้วค่อยมาฝึกก็จะทำไม่ไหว และทำไม่ต่อเนื่อง ก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์จริง

โดยการฝึกเพื่อให้ได้ผลดี ควรฝึกทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมงในช่วงตี 5 ถึง 7 โมงเช้า เพราะจะดีมากกับร่างกายเรา แต่หากไปฝึกก่อนนอนอาจจะทำให้มีพลังชี่ซึ่งเป็นพลังหยาง หรือความตื่นตัวตกค้าง และทำให้นอนไม่หลับได้

อย่างไรก็ดี สำหรับคนเป็นโรคซึมเศร้า เป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรจะฝึกวิชานี้อย่างยิ่ง เพราะอารมณ์ของมนุษย์มี 7 ตัวทับซ้อนอยู่ ได้แก่ โกรธ ดีใจ วิตกกังวล เสียใจ ตกใจ หวาดกลัว และโศกเศร้า หรือชี่ด้านลบ ทำให้ไม่สามารถปลดเปลื้องอารมณ์ตัวเองได้ และไปขัดขวางระบบการไหลเวียนโลหิตด้วย เช่น โกรธจัด ทำให้พลังชี่เต้นเร็ว ขยายตัวพุ่งขึ้นอชข้างบน ทำให้ร่างกายเสียสมดุล เป็นต้น

“บางคนฝึกไป ร้องไห้ไป ก็ต้องให้เขาร้องไห้จนหมด คนซึมเศร้าพลังก็จะหดตัว เลือดลมเดินไม่ดีเกิดภาวะอุดตันของเลือดลม”

ทั้งนี้หากฝึกด้วยความอดทนและตั้งใจไปสักช่วงหนึ่ง สิ่งที่มหัศจรรย์คือจะเกิดภาวะบ่มเพาะและขับเคลื่อนพลังชี่ภายในจนถึงขั้นที่ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวออกท่าออกทางได้เองอย่างอิสระ โดยไม่ต้องให้สมองสั่งการ

“ที่พบคือ คนที่ฝึกนานๆ ร่างกายจะสามารถเคลื่อนไหวออกท่าทางได้เอง ท่าเหล่านั้นจะรักษาโรคภายในของแต่ละคน เป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งทุกคนจะไม่เหมือนกัน เพราะมีปัญหาทางร่างกายไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ที่จะพบได้ต้องฝึกด้วยตนเองต่อไปหลังการฝึกอย่างต่อเนื่อง 3 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี”

ระดับรุนแรงของโรค 4ขั้น

สำหรับพยาธิภาวะของโรคตามแพทย์จีนนั้นจะมี 4 ขั้น ดังนี้

ขั้นที่หนึ่ง พลังชี่อุดตัน เกิดจากกระแสชี่ที่หมุนเวียนในเส้นชี่หรือลมปราณ เลือดลมติดขัดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้หล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายไม่เพียงพอ เรียกว่าการอุดตันของเส้นชี่ทำให้พลังชี่ภายในของคนบางคนหมุนวนอยู่กับที่ แต่จะยังไม่ปรากฏอาการทางร่างกายให้สังเกตเห็นได้ แพทย์ปัจจุบันจึงตรวจไม่พบ แต่แพทย์จีนที่เก่งๆ จะสามารถตรวจพบโดยการตรวจชีพจร หรือแมะ

ขั้นที่สอง เลือดอุดตัน คนที่มีอาการเลือดอุดตันจะมีการอาการแน่นหน้าอก อึดอัด นอนไม่หลับ โดยอาการของโรคจะค่อยปรากฏและเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยังไม่สามารถตรวจพบได้เช่นกัน แต่แพทย์จีนจะพบโรคนี้โดยการดูลิ้นหรือสีหน้าร่วมกับการแมะ

ขั้นที่สาม เซลล์ที่มีการอุดตันของเลือดจะทำหน้าที่บกพร่องอย่างชัดเจน ร่างกายจะแสดงอาการเจ็บป่วยต่างๆ ในขั้นนี้ เช่น ไอ จาม มีไข้ และจะมีการขับของเหลวออกจากร่างกาย ซึ่งมีทั้งแบบมองเห็นและมองไม่เห็น ของเหลวที่มองเห็นได้แก่ เสมหะ น้ำมูก หรือถ่ายเหลว ซึ่งไม่อันตราย แต่ของเหลวที่มองไม่เห็นจะเหนียวข้นและหมุนอยู่ในร่างกาย หากผสมกับเลือดที่อุดตันอยู่จะกลายเป็นเนื้องอก หรือก้อนไขมัน

ขั้นที่สี่ ก้อนเนื้องอกที่เกิดขึ้นจะเริ่มมีพิษและลุกลามมากขึ้นจนไม่สามารถรักษาได้ หากอการของโรคร้ายแรงและร่างกายขาดชี่ และอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะทำให้เซลล์เนื้องอกที่อุดตันเริ่มเปลี่ยนเป็นเนื้อร้าย เป็นมะเร็งต่อไป

ทั้งนี้สำหรับคนไข้ในระยะต่างๆ หากรู้ถึงสาเหตุที่ป่วย และต้องการที่จะรักษาตัวเองให้หาย ก็ต้องเลิกวิถีชีวิตแบบเดิม เริ่มต้นชีวิตใหม่ ฝึกจิตให้สงบ รู้จักปล่อยวาง และฝึกชี่กงเพื่อช่วยเสริมการบำบัดรักษาอาการป่วยให้บรรเทาลงได้

ทั้งนี้ในการฝึกชี่กงร่วมกับดนตรีปรับพลังชีวิต ก็จะทำให้สามารถบรรลุถึงการรักษาด้วยตนเองได้มากขึ้น ซึ่งในการฝึกนี้จะมีการใช้ความรู้ด้านแพทย์แผนจีนมาปรับใช้ในการรักษาโรค โดยไม่ใช้ยา ไม่ใช้เข็มด้วย





จอมโจรจอมราชันย์ เล่ม 1-4 จบที่เล่ม 11

30 09 2009

http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9786167066004&AspxAutoDetectCookieSupport=1

จอมโจรจอมราชันย์ เล่ม 2
(King of Fight vol.2)

ยุทธภพให้คำนิยาม “คุณธรรม” ว่าเป็นความแข็งแกร่ง… เช่นนั้น เราจักนิยามคำว่า “ยุทธภพ” แก่พวกเจ้าเอง

:: เนื้อหาโดยสังเขป
เรื่องราวในยุทธจักรจักดำเนินไปเช่นไร?… เมื่อพระเอกซึ่งสมควรจะเป็นผู้นำหรือผู้กอบกู้ยุทธภพ กลับปรารถนาอยากเป็นโจรป่า เพื่อป