วิธีในการใช้ยันต์ศรีจักราส่งเสริมดวงชะตาหรือค้ำคูนมีวิธีในการใช้อย่างไร / อุณมิลิต


การส่งเสริมดวงชะตานั้น มีวิธีใช้หลากหลายครับแนะนำพอสังเขปในส่วนที่เราเป็นชาวพุทธ ในกรณีศาสตร์พลังจิตระดับลึกๆเช่นบังคับเหตุการณ์ ที่ผรั่งเขาค้นคว้ากันจะไม่เผยแพร่นะครับเนื่องจากข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ชัดเจนไปทางหนึ่งทางใด
  ก่อนอื่นเรามาดูทฤษฏีที่ว่า “ศรีจักรา” ทำหน้าที่เพิ่มพลังงานของแรงปรารถนาโดยแรงปรารถนา(กรรม-ความคิด) นั้นจะถูกส่งไปยังระบบธรรมชาติภายนอกและจิตเราเองนั้นก็บันทึกด้วย  อย่างนี้เป็นสัญญา และก็วิบากกรรมครับซึ่งมีผลปรากฏเมื่อแรงปรารถนานั้นมีระดับพอเพียง อธิบายว่า ถ้าคิดเฉยๆไม่ทำ ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา ทำนองวาดวิมานในอากาศ ซึ่งเป็นหลักสากล ที่เราเห็นๆกันอยู่

 
  คือ คิด แล้วต้องทำ (อย่างหนึ่งอย่างใดจากความคิดนั้น)   =  ผลที่ได้จากการทำนั้นๆ


  เอาแค่ทฤษฏีนี้ก่อนครับทุกครั้งที่เราทำสิ่งที่เรียกว่ากุศล ให้รำลึกถึงการกระทำนั้นอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้  ข้อสังเกตคือ เราจะเกิดปิติสุขอย่างมากจากการรำลึกที่ทำกุศลในครั้งนั้นๆส่งความรู้สึกนั้นไปยัง “พินธุ” หรือจุดกึ่งกลางศรีจักรา (จะนำมาตั้งบนโต๊ะหรือวางบนฝ่ามือก็ได้ แต่ต้องเอาปลายแหลมพินทุชั้นในสุดที่เป็นรูปสามเหลี่ยมชี้มาที่ตัวเรา) ซึ่งทฤษฏีก็บอกแล้วนะครับว่า ศรีจักราเขาขยายคลื่นพลัง  อธิษฐานส่งกุศล(ปิติสุข)จากความดีที่เรารำลึกนั้น อธิษฐาน ถวายแก่ พ่อแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เราเคารพ อาจเป็นเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งทางที่ดีก็ให้ทั้งหมดนั่นล่ะครับแผ่ความรู้สึกนั้นออกไปให้ให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้  ตอนนี้ถ้าคุณเห็นออร่าได้เก่งพอจะเห็นเป็นแสงสีขาวอมทองพุ่งขึ้นจากศรีจักรา เป็นลำตรงพุ่งขึ้นไปยังทิศเบื้องบน แสงนั้นขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ  (ถ้าไม่เห็น ไม่รู้ ก็ไม่ต้องไปสนใจให้เมื่อยครับเพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ)  ให้ลองสังเกตหลังจากเราอธิษฐานถวายกุศล(ความดี) กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วประมาณ ๑-๒นาทีจะรู้สึกมีปิติซ้อนขึ้น(คือ เกิดความรู้สึกอิ่มเอิบเกิดขึ้น แต่เป็นการที่รู้สึกจากภายนอกมาที่จิตเรา) ให้อาศัยตอนนั้นอธิษฐานอย่างเดียวว่า 
     ” ให้สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเท่านั้นในทุกเวลา
เท่านี้ละครับก็จะเกิดเหตุการค้ำดวงชะตาเกิดขึ้นจากพลังงานภายนอก แต่มันมีเงื่อนไขหน่อยตรงที่เวลาเราทำดี ก็ต้องทำจริงๆ  คิดดีก็ต้องคิดได้จริงๆ  รำลึกส่งความดีนั้นออกก็เป็นของจริงๆ คือเป็นความรู้สึกอย่างแท้จริงซาบซึ้งตรงนั้นไม่ใช่คิดสักแต่ว่าคิด หรือมีอามิสคือหวังผลแบบมิควรได้  มันก็จะส่งพลังงานแบบนั้นออก ตอนกลับมาก็ได้อย่างเดียวกันผลก็เป็นอย่างเดียวกัน คือ

 

 


   ส่งความรู้สึกที่จริงแท้ออก ผลที่ได้เป็นสัจจะ เป็นจริงตามนั้น
   ส่งความรู้สึกเก๊ ออกไป ผลที่ได้ก็หลอกตาม คือไม่จริงจังตามคุณสมบัติของเรา 
 การรำลึกความดีแล้วแผ่ออก ศาสนาพุทธใช้มานานแล้วครับที่เรียกว่า แผ่เมตตา  ในศาสตร์ทางจิตมีอีกหลายวิธี แต่จะมีผลกระทบจากความไม่จริงแท้ของผู้ใช้เราจึงไม่แนะนำ  อย่างที่เผยแพร่เรื่องดวงตราปาฏิหาริย์นั้นก็เช่นกัน   เตือนไปหลายท่านแต่บางคนไม่สนใจและไม่พยายามเข้าใจ  อย่าให้ความอยาก ที่ไม่มีเหตุผลมาเป็นบรรทัดฐานการกระทำ เราอาจจะเก่งที่เลี่ยงกรรมในบางเวลาได้แต่เลี่ยงไม่ได้ตลอดแน่ครับ เพราะหากเราขัดเกลาความคิดไม่ดีพอเวลาส่งออกมันเป็นของเสีย   ผลที่รับก็ย่อมเสียตามไปด้วย    ถามว่าหลีกเลี่ยงได้ไหมตอบว่าได้แต่ไม่คุ้มเสียเลยไม่แนะนำครับ
    ขอให้ลองไปทำดูนะครับตอบคร่าวๆ  สรุปว่า
    ส่วงความดีออก ผ่านศรีจักรา   รับความดี(มิติสะท้อน)  ผ่านมาทางศรีจักราอีก ทำตามที่บอกรับรองไม่เกิดผลเสียมีแต่ผลดีครับ 

About these ads

Posted on 06/08/2009, in General knowledges. Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

  1. ขอบพระคุณมากครับผม สำหรับข้อมูลความรู้
    ขอพรอันประเสริฐสุดจากพระเป็นเจ้าจงสำเร็จแด่ท่านตลอดไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: